Tuesday, November 27, 2012

ดอกไม้ประจำชาติประเทศเวียดนาม


ดอกไม้ประจำชาติ

ดอกบัว เป็นดอกไม้ประจำชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

รายละเอียดเกี่ยวกับประเทศเวียดนาม
ธงชาติ
ตราแผ่นดิน
แผนที่
คำขวัญ Độc lập – Tự do – Hạnh phúc แปลว่า เอกราช อิสระ ความสุข
เพลงประจำชาติ  เพลง Tiến Quân Ca  อ่านว่า เตี๋ยน เกวิน กา  แปลว่า มาร์ชทหารเวียดนามประพันธ์โดย เหงวียน วันกาว      (Nguyễn Văn Cao พ.ศ.2466-พ.ศ.2538) ใน พ.ศ. 2487
คำแปล
ทหารเวียดนามทั้งหลาย รุกไปข้างหน้า
 !
ด้วยใจเด็ดเดี่ยวในการพิทักษ์มาตุภูมิ
เสียงฝีเท้าที่เร่งเร้าดังก้องทั่วท้องถนนอันยาวไกลและทุรกันดาร
จิตวิญญาณของชาติสถิตในธงแดงอาบเลือดแห่งชัยชนะ
เสียงปืนที่กระหน่ำยาวนานสอดประสานไปกับเสียงเพลงเดินทัพ
หนทางสู่ความรุ่งเริองของเราทอดทับบนซากศพของเหล่าศัตรู
มาฝ่าฟันความทุกข์ยากนานัปประการ แล้วร่วมสร้างที่มั่นต้านข้าศึก
จงสู้เพื่อจุดมุ่งหมายของผองชนอย่างไม่ลดละ
เร่งเข้าสู่สมรภูมิกันเถอะ
 !
รุกไปข้างหน้า
 ! ทุกคนรุกไปข้างหน้า !
เวียดนามของเราอยู่ยืนยงชั่วกัปกัลป์ทหารเวียดนามทั้งหลาย รุกไปข้างหน้า!
ธงดาวทองโบกสะบัดพลิ้ว
นำปวงชนพ้นความทุกข์ยากลำเค็ญ
มาร่วมมุมานะต่อสู้เพื่อสร้างชีวิตใหม่
จงลุกขึ้นสู้และทำลายโซ่ตรวนทิ้ง
เพราะเรากล้ำกลืนฝืนทนต่อความเคียดแค้นชิงชังมานานพอแล้ว
จงเตรียมพร้อมต่อการเสียสละทุกสิ่ง เพื่อชีวิตอันรุ่งโรจน์ในภายหน้า
จงสู้เพื่อจุดมุ่งหมายของผองชนอย่างไม่ลดละ
เร่งเข้าสู่สมรภูมิกันเถอะ
 !
รุกไปข้างหน้า
 ! ทุกคนรุกไปข้างหน้า !
เวียดนามของเราอยู่ยืนยงชั่วกัปกัลป์

ภาษาที่ใช้        ภาษาทางการคือ ภาษาเวียตนาม ภาษาที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารทางธุรกิจ คือ ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และจีน
ศาสนาประจำชาติ เวียดนามไม่มีศาสนาประจำชาติ มีอิสระในการเลือกนับถือศาสนา แต่ปัจจุบันประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ นับถือศาสนาคริสต์ ประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ และที่เหนือนับถือศาสนาอื่นๆ อีก 3 เปอร์เซ็นต์
เมืองหลวง  คือ กรุงฮานอย
สกุลเงิน
 
ด่อง อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 420-460 ดอง ต่อ 1 บาท และ 1 ดอลลาร์ เท่ากับ 15,900 ด่อง เงินสกุลดอลลาร์สามารถใช้ได้ทั่วประเทศ ส่วนเงินบาทสามารถใช้ได้ตามร้านค้าทั่วไป บัตรเครดิตไม่เป็นที่นิยมในเวียดนาม เพราะใช้ได้กับเฉพาะร้านค้าหรือโรงแรมใหญ่ๆเท่านั้น
อาหารประจำชาติที่เป็นยอดนิยมและเป็นที่รู้จักของชาติต่างๆ
ชาวเวียดนามกินข้าวเจ้าเป็นอาหารหลัก แต่ก็รับประทานข้าวเหนียวด้วย อาหารที่ปรุงด้วยแป้ง และมีไส้ รวมถึงขนมปังฝรั่งเศส ชาวเวียดนามเรียกว่า "บั๋น" อาหารที่ปรุงด้วยข้าวเหนียวที่เป็นที่นิยมในเวียดนามได้แก่      
บั๋นจึง ข้าวต้มไส้ถั่ว ห่อด้วยใบตองเป็นรูปสี่เหลี่ยม       
บั๋นหย่าย ข้าวต้มไส้ถั่ว ห่อด้วยใบตองเป็นรูปทรงกลม       
บั๋นหล่ากาย ขนมทำจากแป้งข้าวเหนียว นวดกับใบป่านจนดำ ไส้ทำจากถั่ว ชาวเวียดนามมีอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากก๋วยเตี๋ยวของจีน เรียกว่า "เฝอ" ซึ่งได้ปรับปรุงจนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ขนมจีนในภาษาเวียดนามเรียก"บุ๋น" ซึ่งมีรูปแบบการปรุงที่หลากหลาย เช่น      
บุ๋นบ่อเหว เป็นขนมจีนน้ำใส่เนื้อวัวหรือเนื้อหมู เป็นอาหารที่มีชื่อเสียงของเว้       
บุ๋นทิดหนึง ขนมจีนหมูย่าง       
บุ๋นบ่อ ขนมจีนหน้าเนื้อ
ดอกไม้ประจำชาติ
ดอกบัว เป็นดอกไม้ประจำชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม  บัวเป็นพืชมงคล เพราะเชื่อกันตามหลักพระพุทธศาสนาว่าบัวที่โผล่พ้นจากน้ำ เหมือนการหลุดพ้น จากกิเลสทั้งปวง รวมถึงความบริสุทธิ์ และความผูกพันดั่งสายใยของบัวนั่นเอง การปลูกควรปลูกในวันพุธทางทิศตะวันตกของตัวบ้าน ถ้าผู้ปลูกเป็นคนที่เกิดปีจอด้วยจะดีมาก เพราะดอกบัวเป็นดอกไม้ประจำปีเกิดของผู้เกิดปีจอ
ชุดประจำชาติ
ชุดประจำชาติเวียดนาม หรือ ชุด Ao dai นี้ (อ่านว่า อาว หญ่าย) นอกจากจะนิยมใช้กันในเมืองใหญ่ ๆ แล้ว ตามชนบทก็เป็นที่นิยมด้วย เนื่องจากเป็นชุดที่ใส่แล้วสบาย เพราะเนื้อผ้า ค่อนข้างละเอียด ชุด Ao Dai ในปัจจุบันที่เห็นกันอยู่นั้น มักมีการดัดแปลงไปตามสมัยนิยม ซึ่งต่างจากอดีตมากทีละเล็กทีละน้อยที่ชาวเวียดนามประยุกต์เอาแฟชั่นตามสมัย นิยมให้เข้ากับวัฒนธรรมการแต่งกายของตน ได้มีชาวเวียดนามคนหนึ่ง ชือ Tram Kim ได้นำชุดนี้เข้าไปตัดเย็บในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ การนำแฟชั่นเข้ามาสู่ชุดAo Dai นี้ เขาได้ย้าย ไปที่ แคลิฟอเนีย ประมาณ ปี 1982 และเปิดร้านตัดเย็บเสื้อผ้าที่นั่น จนมีชื่อเสียง และคนทั่วไปรู้จักเขาในนามว่า Mr.Ao Dai เมื่อชุด Ao Dai เป็นที่นิยมแล้วก็ได้มีการจัดการประกวดมิสAo Dai ด้วย ในหาดที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งที่เมืองแคลิฟอเนีย เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดผู้คนมาจากทั่วทุกสารทิศให้มาร่วมงานนี้ เพื่อที่จะได้ยลโฉม สาวในชุด Ao Dai ชุด Ao Dai นี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบเสื่อผ้ามืออาชีพหลายคน หันมาสนใจอย่างจริงจัง และหลายครั้งก็ได้นำแนวความคิดของชุดนี้ มาตัดเย็บในเสื่อผ้าของชาวยุโรป และนำไปโชว์ในงานแฟชั่นตามที่ต่างๆ โดย เฉพาะที่ ปารีส ฯลฯ ปัจจุบันได้มีช่างตัดเย็บเสื้อผ้ามากมาย ที่ได้รับงานตัดชุดจากลูกค้าต่างประเทศ ซึ่งชุดหนึ่งก็ประมาณ 2 พัน บาท ของไทย แต่ชุดนี้ จะต้องวัดตัวลูกค้าอย่างละเอียด เพื่อที่จะได้ชุดที่ออกมาพอดี สวยงาม การที่ผู้คนนิยมก็อาจเป็นเพราะว่าชุดนี้ใส่สบาย และดูสวยงาม สาวเวียดนามบางคนเลือกมาเป็นแฟชั่นประจำตัวเลยทีเดียวจาก  ข้อมูลจาก http://bob23007.exteen.com/20061006/entry-1 
อากาศ กรุงฮานอยและบริเวณตอนเหนือของเวียดนามมีอากาศค่อนข้างหนาวเย็น และชื้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม  ช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม อากาศค่อนข้างร้อน
เวลา         เวลาที่ประเทศเวียดนาม เท่ากับเวลาในประเทศไทย
สถานที่ท่องเที่ยว
ตลาดบินถั่น (Ben Thanh Market)


ตั้งอยู่บนถนนเลเลย ( Le Loi) ใกล้ๆ กับจัตุรัสโฮจิมินห์ ได้รับการก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2457 บนพื้นที่ประมาณ 1 ตาราง กิโลเมตร ซึ่งมีหอนาฬิกาอยู่ด้านหน้าเป็นสัญลักษณ์ ตลาดแห่งนี้ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งจากคนพื้นเมืองและนักท่องเที่ยวต่าง ชาติ เพราะมีสินค้าจำหน่ายมากมายทั้งเสื้อผ้า กระเป๋าเดินทาง เป้ นาฬิกา ของที่ระลึก อาหาร เครื่องเทศ ไปจนถึงอาหารสด และดอกไม้ ราคาไม่แพง

โบสถ์นอร์ทเธอดาม (Notre Dame Cathedral)
ตั้งอยู่บริเวณกลางเมือง บนถนน Han Thuyen ได้รับการก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2420 ใช้ระยะเวลาการสร้าง 6 ปี โบสถ์นี้ไม่มีการประดับด้วยกระจกสีเหมือนโบสถ์คริสต์ที่อื่น เพราะได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับ โบสถ์แห่งนี้ได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในเวียดนาม โดยในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากมาย ลักษณะของตัวโบสถ์เป็นรูปแบบของสมัยอาณานิคม มีหอคอยคู่สี่เหลี่ยมอยู่ด้านบนสูง 40 เมตร เป็นเอกลักษณ์ที่งดงามของโบสถ์แห่งนี้ ด้านหน้าโบสถ์มีรูปปั้นขนาดใหญ่สีขาวเด่นเป็นสง่าของพระแม่มารี นักท่องเที่ยวนิยมเข้ามาชมกันมาก เพราะเป็นเสมือนสัญลักษณ์ร่วม อันหมายถึงการเข้ามาของตะวันตก และเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของโฮจิมินห์
สวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์ (Zoo & Botanic Gardens)
ตั้งอยู่สุดถนนเลหย่วน สามารถนั่งรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างหรือเดินไปก็ได้ สถานที่นี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2407 มี ต้นไม้ใหญ่มากมาย และมีการจัดแต่งสวนเป็นอย่างดี มีสวนกล้วยไม้เก็บรวบรวมชนิดพรรณพื้นเมืองไว้พอสมควร หากต้องการพักผ่อนในที่ที่ร่มรื่นแนะนำให้ไปที่สวนถ่าวกัมเวียน (Thao Cam Vien) หรือ สวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์ ซึ่งเป็นทางเลือกที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับหลบหลีกจากความอึกทึกวุ่นวายตาม ท้องถนนและเป็นสถานที่ที่เงียบสงบมากที่สุดในโฮจิมินห์ซิตี้ จุดที่ไม่ควรพลาดอีกจุดหนึ่งคือ ด้านหน้าทางเข้ามีช้างหล่อตัวหนึ่ง ได้รับการพระราชทานจากระเจ้าอยู่หัวของไทยในสมัยนั้นครั้งเมื่อไปเยือน ประเทศอินโดจีน ได้มีการจารึกเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษไว้ที่แท่นด้านหน้าว่าพระ บาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงสยาม พระราชทานไว้ให้เป็นที่ระลึก ในการที่ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังประเทศอินโดจีนเป็นครั้งแรก เสด็จพระราชดำเนินขึ้นที่เมืองไซ่ง่อน เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2473” ด้านในสวนพฤกษศาสตร์มีสัตว์ให้ชมอยู่หลายประเภท
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ (History Museum)
ตั้งอยู่ใกล้กับ สวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์ สร้างโดยฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ. 2470 เป็นตึกทรงยุโรปที่งดงามมากอีกแห่งหนึ่ง ชาวเวียดนามเรียกตึกนี้ว่า เวียนบ่าวตางหลิกสือ (Vien Bao Tang Lich Su) ที่ นี่มีโบราณวัตถุที่แสดงถึงวิวัฒนาการของวัฒนธรรมต่างๆ ในเวียดนาม ตั้งแต่อารยธรรมยุคสำริดดงเซิน ไปจนถึงอารยธรรมฟูนัน จาม และเขมร ในบรรดาสิ่งที่จัดแสดงไว้มีโบราณวัตถุยุคหิน สำริด ศิลาจารึก กลองมโหระทึก เครื่องปั้นดินเผางานศิลปะของชาวจาม และเครื่องแต่งกายพื้นเมืองของชนกลุ่มน้อยเผ่าต่างๆ บนชั้นสามทางด้านหลังของอาคารมีห้องสมุดวิจัยที่เก็บรวบรวมหนังสือจากยุค ฝรั่งเศสที่น่าสนใจไว้เป็นจำนวนมาก
พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ (Ho Chi Minh Museum)
 

ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไซ่ง่อนและแม่น้ำเบนเหง่ สามารถนั่งมอเตอร์ไซด์รับจ้างหรือแท็กซี่ ห่างจากใจกลางเมืองเพียง 5 กิโลเมตร พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ ก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2406 และ ต่อเนื่องผูกพันกับโฮจิมินห์ในวัยหนุ่มมาก จนไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสและกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะนำประเทศเข้าสู่การปฏิวัติและการขับไล่ชาติตะวันตกรวมถึงการรวม เวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ให้เป็นประเทศเวียดนาม พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ เป็นสถานที่จัดแสดงเรื่องราวส่วนตัวของอดีตผู้นำประเทศเวียดนาม และการต่อสู้เพื่อเรียกร้องเสรีภาพกับชาติตะวันตก และต่อสู้เพื่อปกป้องอธิปไตยของคนในชาติอีกด้วย มีการจัดแสดงเรื่องราวต่างๆ ไว้เป็นหมวดหมู่น่าสนใจ สำหรับอาคารพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์นี้ มีชื่อเรียกสั้นๆ ว่า บ้านมังกร พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ ก็เป็นเสมือนสถานที่ส่วนตัวทั่วๆ ไป ทุกห้องทุกชั้นมีเฉพาะเรื่องราวของเจ้าของบ้านเต็มไปหมด มีการจัดอย่างเป็นระเบียบ มีการแบ่งหมดหมู่อย่างชัดเจน อาคารนี้มี 2 ชั้น บนระเบียงชั้นสอง สามารถมองเห็นสายน้ำไซ่ง่อนได้เป็นอย่างดี มีเรือบรรทุกสินค้าลำใหญ่จอดอยู่มากมาย


จาก 
  ข้อมูลจาก http://www.oceansmile.com/Vietnam/HogiminTour.htm
Share this article :

0 comments:

Post a Comment

 

ต้นไม้ ดอกไม้ ประจำชาติ - Copyright  © 2013 All Rights Reserved | Design by Guru | Back to