Monday, January 14, 2013

ดอกไม้ประจำชาติในประเทศอาเซียน

0 comments
ดอกไม้ประจำชาติในประเทศอาเซียน


อาเซียน (ASEAN) หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of Southeast Asian Nations)เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นตามปฏิญญากรุงเทพฯ เมื่อวันที่ สิงหาคม 2510 มีประเทศ สมาชิกรวม 10 ประเทศ แบ่งเป็นประเทศสมาชิกอาเซียนเดิม ประเทศ คือบรูไน ดารุสซาลาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย และประเทศสมาชิกอาเซียนใหม่ ประเทศ คือ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม หรือเรียกว่า กลุ่ม CLMV (Cambodia, Laos, Myanmar, Vietnam)


ประเทศในกลุ่มอาเซียน มีทั้งหมด 10 ประเทศเรียงตามลำดับตัวอักษรภาษาอังกฤษ นั่นคือ


   Brunei Darussalam  รัฐบรูไนดารุสซาลาม
  Cambodia  ราชอาณาจักรกัมพูชา
   Indonesia    สาธารณรัฐอินโดนีเซีย
  Loos  สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
   Malasia สหพันธรัฐมาเลเซีย
  Myanmar  สหภาพพม่า
 Pilipinas   สาธารณรัฐฟิลิปปินส์
  Singapore  สาธารณรัฐสิงคโปร์
  Thailand   ราชอาณาจักรไทย
 Viet Nam   สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม






บรูไน การแต่งตัวค่อนข้างผสมกันระหว่างมาเลย์กับจีน
ชื่อภาษาท้องถิ่น - เนการาบรูไนดารุสซาลาม
ดอกไม้ประจำท้องถิ่น -ดอกซิมปอร์




กัมพูชา หรือที่เรียกกันง่ายๆว่า "เขมร" ประเทศเพื่อนบ้านของไทย
ชื่อภาษาท้องถิ่น - Preăh Réachéanachâkr Kâmpŭchea - เปรียะ เรียเจียนาจักร กัมปุเจีย
ดอกไม้ประจำท้องถิ่น  ดอกลำดวน


  

พม่า  ชุดคล้ายๆทางภาคเหนือของไทย มีวัฒนธรรมและชุดประจำชาติค่อนข้างคล้ายกันครับ
ชื่อภาษาท้องถิ่น - ปี่เด่าง์ซุ มยะหม่า ไหน่หงั่นด่อ
ดอกไม้ประจำถิ่น-ดอกประดู่




ฟิลิปปินส์ เกาะทางตะวันออกของอาเซียน แต่วัฒนธรรมและศาสนาค่อนข้างต่างกับในเอเชีย จนเคยมีนักเดินเรือชาวอังกฤษตั้งคำขวัญว่า
"ประเทศฟิลิปินส์เป็นส่วนนึงของละตินอเมริกาที่โดนคลื่นพัดมาทางเอเชีย"
ชื่อภาษาท้องถิ่น - เรปูบลิกา นัง ปิลิปินัส
ดอกไม้ประจำชาติคือดอกพุดแก้ว



มาเลเซีย ทางใต้ของเรา เนื่องจากเป็นประเทศมุสลิม ชุดประจำชาติก็จะคล้ายๆชุดมุสลิม
ชื่อภาษาท้องถิ่น - เปร์เซกูตาน มาเลเซีย
 ดอกไม้ประจำถิ่น-ดอกชบา





ลาว วัฒนธรรมและชุดประจำชาติค่อนข้างคล้ายภาคอีสานของไทย
ชื่อภาษาท้องถิ่น - สาทาละนะลัต ปะซาทิปะไต ปะซาซนลาว
ดอกไม้ประจำท้องถิ่น-ดอกจำปาลาว หรือที่ไทยเรียกว่าดอกลีลาวดี หรือชื่อเก่า ลั่นท




อินโดนีเซีย ชาวอินโดนีเซียส่วนมากเป็นชาวเกาะ
เป็นประเทศที่มีเกาะมากถึง 30,000 กว่าเกาะ ซึ่งทุกวันนี้ยังค้นพบได้เรื่อยๆ
ชื่อภาษาท้องถิ่น - เรปูบลิก อินโดเนเซีย
ดอกไม้ประจำท้องถิ่น-ดอกกล้วยไม้ราตรี






สิงคโปร์ ดูเป็นชุดจีนมาก
เพราะประชากรส่วนมากของสิงคโปร์เป็นชาวจีน ส่วนที่เหลือก็มีชาวชวา มาเลย์ และอื่นๆ
ชื่อภาษาท้องถิ่น ภาษาอังกฤษ -รีพับลิก ออฟ สิงคโปร์
ภาษาจีน - ซินเจียโพ ก่งเหอกั๋ว
ดอกไม้ประจำชาติ  ดอกกล้วยไม้ตระกูลแวนด้า




ชุดประจำชาติไทยก็เป็นที่คุ้นตากันกับชาวไทยแลนด์แดนแฮปปี้ของเรา
ชื่อภาษาท้องถิ่น - ราชอาณาจักรไทย
ดอกไม้ประจำชติ -ดอกราชพฤกษ์ หรือเรียกง่ายๆว่าดอกคูณ





เวียดนาม เนื่องจากมีพรมแดนติดประเทศจีน
ดังนั้นชุดประจำชาติเวียดนามจะมีเอกลักษณ์คล้ายจีนมาก
ชื่อภาษาท้องถิ่น - ก่ง หั่ว สา โห่ย จู่ เหงียน เหวียต นาม
ดอกไม้ประจำเวียดนามคือ ดอกบัว




สอนให้นักเรียนรู้จักคำทักทายเป็นภาษาในแต่ละประเทศ
1.บรูไน   Salamat Datang                 ซาลามัต ดาตัง 
 2. อินโดนีเซีย  Salamat Siang          ซาลามัต เซียง
 3.มาเลเซีย Salamat Datang            ซาลามัต ดาตัง
4.ฟิลิปปินส์Kumusta         กูมุสตา
5.สิงคโปร์Ni Hao                 หนีห่าว
6.ไทย     Sawadee             สวัสดี
7.กัมพูชาShuo Sa Dai        ซัวสเด
8. ลาว    Sabaidee             สะบายดี
9.พม่า    Mingalar Par       มิงกาลาบา
10.เวียดนามXin Chao        ซินจ่าว


Continue reading >>

ดอกไม้ประจำชาติของสหรัฐอเมริกา

0 comments
ดอกไม้ประจำชาติของสหรัฐอเมริกาคือ ดอกกุหลาบ


อเมริกา (America)

สหรัฐอเมริกา (United States of America) เป็นสหพันธรัฐประชาธิปไตย ปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญ ประกอบไปด้วยรัฐ 50 รัฐ ตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ มีพรมแดนต่อกับประเทศแคนาดาและเม็กซิโก ส่วนพรมแดนทางทะเลนั้นติดต่อกับประเทศแคนาดา รัสเซียและบาฮามาส โดยมีมหาสมุทรแปซิฟิก ทะเลแบริง มหาสมุทรอาร์กติก มหาสมุทรแอตแลนติก อ่าวเม็กซิโก และทะเลแคริบเบียนเป็นผืนน้ำล้อมรอบ
สหรัฐอเมริกาเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของโลก และเป็นอภิมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียวของโลกในยุคปัจจุบันทั้งในด้านการทหารและ เศรษฐกิจซึ่งรวมไปถึงในด้าน วิทยาศาสตร์ การศึกษา การกีฬา และบันเทิง
สหรัฐอเมริกา นอกจากจะรู้จักในชื่อเต็มแล้ว ชาวอเมริกันเองรวมถึงผู้ที่มาจากประเทศอื่น ๆ ยังเรียกสหรัฐอเมริกาในหลายรูปแบบ ได้แก่ สหรัฐฯ (United States) , ยูเอส (U.S.) , ยูเอสเอ (USA) , เดอะสเตตส์ (the States) และอเมริกา (America) สำหรับคนไทยแล้ว นิยมเรียกสหรัฐอเมริกาสั้น ๆ ว่าสหรัฐฯ, อเมริกา จนไปถึงรูปแบบที่สั้นมาก ๆ คือ "มะกัน" และเรียกสหรัฐอเมริกาในเชิงฉายาว่าเป็น "ลุงแซม" รวมถึงเรียกสหรัฐอเมริกาที่เป็นมหาอำนาจที่มีอำนาจทางการเงิน และการทหารยิ่งใหญ่ที่สุดในปัจจุบันในทางเสียดสีว่าเป็น "เจ้าโลก" หรือ "จ้าวโลก" อีกด้วย

เมืองหลวง : วอชิงตัน ดี.ซี.
ภาษา : ภาษาอังกฤษ (โดยพฤตินัย)
สกุลเงิน : ดอลลาร์สหรัฐ ($) (USD)


ส่วนชื่อประเทศอย่างเป็นทางการนั้น ในหนังสือภาษาไทยยุคก่อน พ.ศ. 2500 เรียกชื่อของสหรัฐอเมริกาว่า "สหปาลีรัฐอเมริกา"
นอกจากนี้ในหนังสือสนธิสัญญาระหว่างไทย-สหรัฐอเมริกา ใน พ.ศ. 2375 สมัยรัชกาลที่ 3 ได้เรียกชื่อของสหรัฐอเมริกาว่า "เอสตาโด อุนิโด ดา อเมริกา" เข้าใจว่าเป็นการถอดชื่อของสหรัฐอเมริกาในภาษาโปรตุเกส ซึ่งเขียนว่า "Estados Unidos da América" เนื่องจากภาษาตะวันตกที่ราชการไทยในเวลานั้นรู้จักดีคือภาษาโปรตุเกส ดังปรากฏหลักฐานชัดเจนในสนธิสัญญาฉบับนั้นด้วยว่าเนื้อหาในสนธิสัญญาเขียน เป็น 4 ภาษา คือ ภาษาไทย ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ และภาษาโปรตุเกส

ตราสัญลักษณ์ประเทศสหรัฐอเมริกา ธงชาติสหรัฐอเมริกา
ตราสัญลักษณ์ประเทศสหรัฐอเมริกา
ธงชาติประเทศสหรัฐอเมริกา
ลุงแซม (Uncle Sam) เป็นชื่อที่เริ่มต้นเรียกในสงครามกลางเมืองในช่วง พ.ศ. 2355 เกิดขึ้นจากที่ผลิตภัณฑ์เนื้อที่ส่งเข้าค่ายทหารอเมริกัน ประทับตราว่า U.S. ซึ่งเป็นชื่อย่อของ ลุงแซมูเอล วิลสัน (Uncle Samuel) ซึ่งเป็นชื่อล้อเลียนกับชื่อ U.S. ของ United States

ภูมิศาสตร์
อสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาล มีพื้นที่รวมทั้งหมดประมาณ 9,629,091 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ โดยมีม]รัฐ Alaska อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของแคนาดา และ มีมลรัฐฮาวายอยู่ทางตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิกทางทิศเหนือ

มีอาณาเขต ติดกับประเทศแคนาดา ทิศใต้ติดกับประเทศเม็กซิโกและอ่าวเม็กซิโก ทิศตะวันออกติดกับชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติค และทิศตะวันตกติดกับชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิค สหรัฐอเมริกาประกอบด้วยรัฐต่างๆ 50 รัฐและ 1 เขตการปกครอง โดยรัฐเหล่านี้จะมีอาณาเขตติดต่อถึงกันทั้งหมด 48 รัฐ

มีเพียง 2 รัฐเท่านั้นที่ไม่มีอาณาเขตติดต่อกัน คือ รัฐ Alaska ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศแคนาดา และรัฐ Hawaii ซึ่งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิค

เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่มีความกว้างใหญ่ จึงมีการแบ่งรัฐต่างๆ ออกเป็นเขต 7 เขตดังนี้
    1. Northwest States ครอบคลุมรัฐ Washington, Oregon, Idaho
    2. Southwest States ครอบคลุมรัฐ California, Nevada, Utah, Arizona
    3. North Central States ครอบคลุมรัฐ Montana, Wyoming, Colorado, North Dakota, South Dakota, Nebraska, Kansas, Minnesota, Lowa, Missouri
    4. South Central States ครอบคลุมรัฐ New Mexico, Oklahoma, Arkansas, Texas, Louisiana
    5. Midwest States ครอบคลุมรัฐ Wisconsin, Illinois, Michigan, Indiana, Ohio, Kentucky
    6. Northeast States ครอบคลุมรัฐ New Hampshire, Vermont, New York, Pennsylvania, West Virginia, Virginia, Maine, Massachusetts,Rhode Island, Connecticut, New Jersey, Delaware, Maryland, District of Columbia
    7. Southeast States ครอบคลุมรัฐ Tennessee, North Carolina, South, Carolina, Mississippi, Alabama, Georgia, Florida
ทรัพยากร ธรรมชาติ : ถ่านหิน, ทองแดง, เกลือ, ยูเรเนี่ยม, ทองคำ, เหล็ก,ปรอท, นิเกิล, โปแตส, เงิน, วุลแฟรม, ทังสแตน, สังกะสี, ปิโตรเลี่ยม, ก๊าซธรรมชาติและป่าไม้ เป็นต้น
ภูมิอากาศ
สหรัฐอเมริกามีสภาพภูมิอากาศที่ค่อนข้างหลากหลายและแตกต่าง กันไปแต่ละเขต เนื่องจากภูมิประเทศที่กว้างใหญ่ โดยทั่วไปแล้วประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นกว่าประเทศไทย เนื่องจากสหรัฐอเมริกาตั้งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร

ทางแถบตะวันออก ของประเทศอากาศในช่วงฤดูหนาว และฤดูร้อนจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน ส่วนทางด้านชายฝั่งตะวันตกค่อนข้างจะมีฝนตกบ่อย มีหิมะตกพอสมควร ปริมาณแสงแดดก็มีไม่มากนัก ทางตอนกลางของประเทศมีหิมะตกพอสมควรถึงหนักมาก แสงแดดค่อนข้างมาก


สหรัฐอเมริกามี 4 ฤดูกาล คือ
ฤดู ช่วงเวลา
ฤดูร้อน เดือนมิถุนายน – สิงหาคม
ฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายน – พฤศจิกายน เป็นฤดูที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวมากที่สุด
ฤดูหนาว เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์
ฤดูใบไม้ผลิ เดือนมีนาคม – พฤษภาคม
ลักษณะอากาศของแต่ละเขตแตกต่างกันไป เช่นในฤดูร้อน อากาศด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ บริเวณทะเลทรายอุณหภูมิ เกือบเท้าแถบ เส้นศูนย์สูตร

ส่วนฤดูหนาวในเขตทางตอนเหนือ ก็จะหนาวจัดจนหิมะ ตกหลายเดือน

แถบที่อากาศอบอุ่นสบายไม่มีหิมะคือที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ฟลอริดา และอริโซน่า

ส่วนในช่วงฤดูใบไม้ร่วงใบไม้จะเปลี่ยน สีสันสวยงามมาก อากาศหนาว เว้นแต่ในมลรัฐฮาวาย และมลรัฐฟลอริดา

หนาว เย็นมากที่บริเวณขั้วโลกเหนือในมลรัฐอะแลสกา บริเวณที่ราบด้านตะวันตกของแม่น้ำมิสซิสซิปปี (Mississippi) จะค่อนข้างแห้งแล้ง และมีความแห้งแล้งมากบริเวณที่ลุ่มภาคตะวันตกเฉียงใต้

ภาค ตะวันตกเฉียงเหนือมีอุณหภูมิต่ำในช่วงฤดูหนาว ซึ่งจะมีอากาศดีขึ้นเป็นครั้งคราวในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ โดยจะได้รับความอบอุ่นจากลมของเนินเขาด้านตะวันออกของเทือกเขาร๊อกกี้

หมาย เหตุ : ในฤดูใบไม้ร่างจะมีการหมุนเข็มนาฬิกา ให้เวลาเดินหน้าเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง โดยจะหมุนในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคม และในฤดูใบไม้ผลิ จะหมุนเข็มนาฬิกาให้เวลาถอยหลัง 1 ชั่วโมง โดยจะหมุนในวันอาทิตย์แรก ของเดือนเมษายน
เงินตรา
ดอลลาร์สหรัฐ (United States Dollar) เป็นสกุลเงินของประเทศสหรัฐอเมริกา และยังใช้เป็นสกุลเงินสำรองในหลายประเทศทั่วโลก รหัสสากลคือ ISO 4217 ใช้ตัวย่อว่า USD และสัญลักษณ์ $ โดย 1 ดอลลาร์สหรัฐมีค่าเท่ากับ 100 เซนต์ (cents)
สหรัฐเป็นประเทศหนึ่งที่ใช้หน่วยเงิน ดอลลาร์ เป็นสกุลเงินประจำชาติ และยังมีประเทศอื่นที่มีเงินดอลลาร์เช่นกัน แต่ใช้ชื่อเรียกอื่นเช่น ดอลลาร์สิงคโปร์, ดอลลาร์ฮ่องกง, ดอลลาร์ไต้หวัน นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐ ยังเป็นสกุลเงินหลักในหลายประเทศ และในบางประเทศถึงแม้ว่าดอลลาร์สหรัฐไม่ใช่สกุลเงินหลัก แต่ยังมีการยอมรับในการใช้จ่ายสินค้าทั่วไป
ชื่อเล่นที่ชาวสหรัฐเรียก 1 เซนต์ ว่า "เพนนี" (penny), 5 เซนต์ ว่า "นิกเกิล" (nickel), 10 เซนต์ ว่า "ไดม์" (dime), 25 เซนต์ ว่า "ควอเตอร์" (quarter), 1 ดอลลาร์สหรัฐ ($1) ว่า "บั๊ก" (buck) และเรียก หนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐ ($1000) ว่า แกรนด์ (grand)
อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 28 สิงหาคม 52 อยู่ที่ 34 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ
สหรัฐอเมริกามีธนาคารจำนวนมากที่คอยให้บริการแก่ประชาชน ซึ่งปัจจัยสำคัญ ในการเลือกใช้บริการของธนาคารของนักศึกษาควรดูจาก สถานที่ศึกษา หรือที่พักอาศัยของนักศึกษาเป็นหลัก   นักศึกษาควรเลือกใช้บริการของธนาคารที่อยู่ใกล้กับที่พัก หรือสถานศึกษาของตน ให้ดอกเบี้ยในอัตราที่เหมาะสม และมีเครื่อง ATM ให้บริการอยู่ทั่วไป เพื่อให้เกิดความสะดวกในการทำธุรกรรมต่างๆ โดยทั่วไปแล้วในวันจันทร์ - ศุกร์ธนาคารจะเปิดทำการตั้งแต่ 9.00 – 15.00 นาฬิกา ส่วนในวันเสาร์อาจเปิดให้บริการตั้งแต่ 9.00 – 12.00 นาฬิกา และ หยุดทำการในวันอาทิตย์
ไฟฟ้า
สหรัฐอเมริกามีระบบไฟฟ้าแบบ 115 Volts, 60 Cycles ซึ่งแตกต่างจากประเทศไทย ถ้านักศึกษาต้องการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าจากเมืองไทยไปก็จำเป็นต้องหาซื้อ เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Adapter) ไปด้วย
ระบบโทรศัพท์
ในสหรัฐอเมริกามีบริการโทรศัพท์สาธารณะอยู่ทั่วไปทั้งแบบหยอดเหรียญ ใช้บัตรโทรศัพท์ รวมถึงบัตรเครดิต ซึ่งถือได้ว่ามีความสะดวกสบายอย่างมาก นอกจากนี้นักศึกษายังสามารถขอติดตั้งโทรศัพท์ภายในที่พักของตนเองได้อีกด้วย ซึ่งมีขั้นตอนไม่ยุ่งยากเนื่องจากเป็นบริการขั้นพื้นฐานที่   รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจัดให้แก่ประชาชน โดยมีองค์กรซึ่งให้บริการอยู่ 2 ประเภท คือ องค์การโทรศัพท์ท้องถิ่น และองค์การโทรศัพท์ทางไกล
  • การโทรศัพท์จากประเทศไทยไปสหรัฐอเมริกาก็สามารถทำได้โดยกด 001 + 1 (รหัสประเทศสหรัฐอเมริกา) + area code +  หมายเลขโทรศัพท์ปลายทาง
  • การโทรศัพท์จากสหรัฐอเมริกากลับมาประเทศไทยทำได้โดยกด 011 + 66 (รหัสประเทศไทย) + 2 (รหัสกรุงเทพ) +หมายเลขโทรศัพท์ปลายทาง
สำหรับ ค่าบริการทางบริษัทที่นักศึกษาเลือกใช้บริการจะส่งใบแจ้งหนี้ให้แก่นักศึกษา เป็นรายเดือน ซึ่งในใบแจ้งหนี้จะแจ้งให้ทราบถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งแบ่งออกเป็น ค่าบริการขั้นพื้นฐาน ค่าโทรศัพท์ภายในท้องถิ่น ค่าโทรศัพท์ทางไกล ซึ่งนักศึกษาสามารถชำระค่าบริการได้ที่ทำการโทรศัพท์ หรือสั่งจ่ายเป็นเช็คแล้วส่งไปทางไปรษณีย์

นอกจากนี้ยังมีบริการโทรศัพท์ทางไกลผ่านทางอินเตอร์เน็ทซึ่งมีอัตราค่า บริการค่อนข้างถูก และเป็นที่นิยมอย่างมากอีกด้วย โดยอัตราค่าบริการจะขึ้นอยู่กับประเทศที่เราต้องการจะโทรไป แต่มีข้อเสีย คือ ผู้ที่ต้องการใช้บริการในรูปแบบนี้จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ต่างๆ ครบ ซึ่งก็คือ คอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ทได้ และHead Phone นอกจากนี้คุณภาพของเสียงก็จะเปลี่ยนไปตามประสิทธิภาพของอินเตอร์เน็ทอีกด้วย
เวลา
ด้วยประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างมาก จึงมีการแบ่งความแตกต่างของเวลาตามเส้นแบ่งของโลก เป็น 4 เขตเวลา (Time Zone) คือ

- Eastern Time Zone (EST) จะมีเวลาช้ากว่าในประเทศไทยเท่ากับ 12 ชั่วโมง
- Central Time Zone (CST) จะมีเวลาช้ากว่าในประเทศไทยเท่ากับ 13 ชั่วโมง
- Mountain Time Zone (MST) จะมีเวลาช้ากว่าในประเทศไทยเท่ากับ 14 ชั่วโมง
- Pacific Time zone (PST) จะมีเวลาช้ากว่าในประเทศไทยเท่ากับ 15 ชั่วโมง

ในแต่ละ Time Zone จะมีเวลาแตกต่างกัน 1 ชั่วโมง
ตัวอย่างเช่น เวลาใน Eastern โซน เป็นเวลาบ่าย 4 โมงเย็น เวลาในเขต Central โซนจะเป็นบ่าย 3 โมงเย็น ในเขต Mountain โซนเป็นเวลาบ่าย 2 โมง และเวลาในเขต Pacific โซนจะเป็นเวลาบ่าย โมงตรง

เวลาต่างจากไทย : ฝั่งตะวันออก 12 ชั่วโมง ฝั่งตะวันตก 15 ชั่วโมง
ศาสนา
ในสหรัฐอเมริกาไม่มีการกำหนดศาสนาประจำชาติอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามจากการสำรวจเรื่องศาสนามีประมาณ 76.7% ของชาวอเมริกันนับถือศาสนาคริสต์ (52% นิกายโปรแตสแตนต์ 24.5% นิกายโรมันคาทอลิก และนิกายอื่นอีก 0.2%) โดยที่เหลือ เป็นชาวอเมริกันนับถือศาสนาอื่น หรือไม่นับถือศาสนาใดเลย
การขอวีซ่า
  1. หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานได้ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
  2. คำร้องขอวีซ่า OF – 156 ซึ่งกรอกอย่างสมบูรณ์เป็นภาษาอังกฤษ
  3. ใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียม ตัวจริงทั้ง 2 ส่วน จากที่ทำการไปรษณีย์ ( ท่านสามารถชำระค่าธรรมเนียม ได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์ทุก แห่ง ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยกเว้นไปรษณีย์สาขาย่อย) อัตราค่าธรรมเนียม 100 เหรียญสหรัฐฯ หรือเทียบเท่าค่าเงินบาทไทยในปัจจุบัน แต่ไม่สามารถเรียกคืนเงินได้กรณี ไม่ได้รับอนุมัติวีซ่า
  4. รูปสี ขนาด 1-1/2 X 1-1/2 นิ้ว หรือ 4 ซ.ม. X 4 ซ.ม. ( พื้นสีอ่อน และ ไม่รับรูปถ่ายด่วนหรือโพราลอยด์ )
  5. หลักฐานถิ่นที่อยู่ของท่านภายนอกสหรัฐ : การยื่นขอวีซ่าประเภทธุรกิจ/ท่องเที่ยว หมายถึงผู้ยื่นคำร้องกำลังขอ วีซ่าเข้า สหรัฐฯ เป็น การชั่วคราว ก่อนที่ทางเราจะออก วีซ่าเข้าเมืองชั่วคราว ผู้ยื่นขอวีซ่าต้องแสดงให้เป็นที่พอใจ ต่อเจ้าหน้าที่กงสุลว่าท่านไม่มี ความ ประสงค์ที่จะเข้าไปอยู่ในสหรัฐฯ เป็นการถาวร ผู้ยื่นคำร้องจะทำได้ โดยการแสดงหลักฐานความผูกพัน ทางครอบครัว เศรษฐกิจ และสังคมอื่นๆ ที่มีอยู่ภายนอกประเทศสหรัฐฯ ญาติพี่น้อง นายจ้าง หรือ เพื่อนไม่สามารถ "รับประกันการเดินทางกลับ ของ ผู้ยื่นขอ วีซ่า แทนการยื่นหลักฐานดังกล่าวได้" ทางเจ้าหน้าที่กงสุล ต้องพิจารณาจากสถานการณ์ ของบุคคลผู้ยื่นขอวีซ่า ว่าผู้นั้น มีคุณสมบัติ จะได้รับวีซ่าด้วยตนเองหรือไม่ โดยไม่คำนึงว่า ผู้ใดออกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ข้อสำคัญคือเจ้าหน้าที่กงสุลพิจารณา การออกวีซ่าบนพื้นฐาน ของพระราชบัญญัติ การตรวจคนเข้าเมือง และสัญชาติสหรัฐฯ กฎหมายฉบับนี้ระบุว่า "เมื่อใดก็ตามที่บุคคลใด ยื่นคำร้องขอวีซ่า...... ภาระการพิสูจน์จะตกอยู่กับกับบุคคลผู้นั้น ในการที่จะแสดงว่า ตนมีคุณสมบัติ" กฎหมายเข้าเมืองของสหรัฐฯ กำหนด ให้เจ้าหน้าที่กงสุล ปฏิเสธคำร้อง ของผู้ยี่นขอวีซ่า หากบุคคลดังกล่าวไม่สามารถแสดงหลักฐาน ที่เชื่อได้ว่า มิได้มีความประสงค์ต่อ การเป็นบุคคลเข้าเมืองถาวร เนื่องจากสภาพแวดล้อมแห่งครอบครัว สังคม และอาชีพ ของแต่ละบุคคลแตกต่างกันไป ทางเราจึงไม่สามารถระบุได้ว่า เอกสารใดที่ท่าน ยื่นแล้ว สามารถรับประกันได้ว่า ท่านจะได้รับวีซ่า อย่างไรก็ตามหลักฐานต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างที่เจ้าหน้าที่กงสุล จะขอดูอยู่เสมอๆ
  6. หลักฐานการทำงาน: ผู้ขอวีซ่าอาจยื่นจดหมายจากนายจ้าง ระบุถึง (1) วันที่เริ่มทำงาน (2) เงินเดือน และ/หรือเงินค่าตอบแทน อื่นๆ (3) ตำแหน่งงานชั่วคราวหรือถาวร และ (4) ระยะเวลา ที่ท่านได้รับอนุญาตให้ลางานได้ กรณีข้าราชการ และลูกจ้างของรัฐบาลไทย ควรมีใบอนุมัติการลาหยุดงานมาแสดง ผู้ขอวีซ่าที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว ควรแสดงหลักฐานพิสูจน์ การเป็นเจ้าของกิจการของตน ผู้ที่จะ เดินทางไปสหรัฐฯ เพื่อทำธุรกิจ เช่น ฝึกงาน หรือ เข้าร่วมประชุม ควรมีจดหมายจากบริษัทต่างประเทศที่ท่านกำลังจะไปติดต่อมาแสดง ด้วย ในรายที่เป็นนักเรียน นักศึกษา ควรแสดงหลักฐานการศึกษาจากสถานศึกษาของท่าน สำหรับผู้เยาว์จะต้องแสดงหลักฐานทาง เศรษฐกิจของบิดา-มารดา
  7. หลักทรัพย์: ผู้ยื่นคำร้อง ควรยื่นแสดงเอกสารทางการเงิน เพื่อพิสูจน์ว่าตน มีฐานะทางการเงินเพียงพอ ที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่าย ในการเดินทาง หลักฐานดังกล่าว อาจเป็น สมุดบัญชีเงินจากประจำ บัญชีกระแสรายวัน บัญชีออมทรัพย์และ /หรือ ตั๋วสัญญาใช้เงิน ท่านควรยื่นแสดงเอกสารต้นฉบับเท่านั้น ทางสถานทูตจะไม่เก็บสำเนาเอกสาร
  8. หลักฐานอื่นๆ: ท่านสามารถใช้ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส ภาพถ่ายพิธีสมรส และสูติบัตร เพื่อยืนยันความผูกพันทางครอบครัว หากท่านมีอาชีพ เป็นนายแพทย์ ทนายความ วิศวกร หรือสมาชิกสมาคมวิชาชีพอื่นใด ท่านควรนำใบอนุญาต การประกอบอาชีพนั้นๆ มาแสดง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการยื่นคำร้องขอวีซ่า
เวลาทำการของสถานฑูต
07.00 น. – 09.00 น. จันทร์ – ศุกร์ เปิดรับคำร้องสำหรับเข้าเมืองชั่วคราว
14.00 น. – 15.30 น. จันทร์ – ศุกร์ รับหนังสือเดินทางที่ผ่านการอนุมัติ (โดยทั่วไปจะเป็นวันถัดจากวันยื่นคำร้อง )
หมายเหตุ : การยื่นวีซ่า ท่านสามารถมอบหมายให้พนักงานส่งเอกสาร พนักงานขับรถ เพื่อน ญาติ หรือบุคคลอื่น ทำการยื่นใบคำร้องขอวีซ่าแทนท่าน และสมาชิกในครอบครัวของท่านได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทรศัพท์ 02-205 - 4055
การเดินทาง
การคมนาคมที่สหรัฐอเมริกามีให้เลือกหลากหลายรูปแบบทั้งรถโดยสารประจำทาง รถไฟ รถไฟใต้ดิน รถแท็กซี่ รวมถึงรถยนต์ส่วนตัว การคมนาคมที่สหรัฐอเมริกาค่อนข้างสะดวกสบาย มีการบริการที่ดี มีตารางเวลาในการรับส่งที่แน่นอน ทำให้สามารถกำหนดแผนการการเดินทางได้ถูก ต้อง
รถโดยสารประจำทาง

รถโดยสารประจำทางในสหรัฐอเมริกาจะมีบริการทั้งภายในเมืองและระหว่างเมือง ในเมืองใหญ่ๆ จะมีรถโดยสารประจำทางบริการตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนในเมืองเล็กๆ อาจต้องใช้เวลาในการรอรถแต่ละเที่ยวประมาณ 30 นาที รถโดยสารประจำทางที่สหรัฐอเมริกาจะมี 2 ประเภท คือ รถโดยสารขนาดเล็กซึ่งจะวิ่งให้บริการในระยะทางใกล้ๆ และรถโดยสารขนาดใหญ่ซึ่งจะวิ่งให้บริการในระยะที่ไกลขึ้น ในการเดินทางแต่ละครั้งนักศึกษาควรจะเตรียมเงินให้พอดีกับค่าเดินทางเนื่อง จากคนขับรถจะไม่มีเงินทอน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วนักศึกษาที่แสดงบัตรประจำตัวนักศึกษาจะไม่ต้องเสียค่า โดยสาร หรือถ้าต้องเสียก็จะได้รับส่วนลดจากราคาปกติ และเมื่อนักศึกษาลงจากรถแล้วควรจะกล่าว Thank you เพื่อแสดงการขอบคุณคนขับรถที่ให้บริการแก่เรา

การบริการรถโดยสารประจำทางที่สหรัฐจะมีตารางเวลาการให้บริการที่แน่นอน ซึ่งนักศึกษาสามารถดูได้จากที่ป้ายรถโดยสาร นอกจากนี้ที่ป้ายรถโดยสารยังมีข้อมูลเกี่ยวกับประกาศวันหยุด ค่าโดยสาร รวมเบอร์โทรศัพท์สำหรับสอบถามรายละเอียดของเส้นทางและข้อมูลของรถโดยสารอีก ด้วย

แท็กซี่

แท็กซี่มีให้บริการอยู่ทั่วไป ซึ่งมีความสะดวกสบายกว่าการใช้บริการรถโดยสารประจำทางแต่ ก็มีค่าบริการที่ค่อนข้างสูง นักศึกษาสามารถใช้
บริการแท็กซี่ได้โดยการโทรศัพท์เรียกให้แท็กซี่มารับและโดยธรรมเนียมแล้วนัก ศึกษาควรให้ทิปแก่คนขับแท็กซี่ประมาณ 10 – 20% ของค่าโดยสาร
รถไฟใต้ดิน
รถไฟใต้ดินเป็นระบบการขนส่งมวลชนซึ่งเป็นที่นิยมเนื่องจากมีความรวดเร็ว และสะดวกสบายกว่าการเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง นอกจากนี้การให้บริการของรถไฟใต้ดินยังมีจำนวน การให้บริการมากกว่ารถประจำทาง สำหรับตั๋วรถไฟใต้ดินนั้นจะมีจำหน่ายที่ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ หรือที่เคาเตอร์ สำหรับราคาค่าเดินทางนั้นก็จะขึ้นอยู่กับระยะทาง
รถยนต์ส่วนตัว
การมีรถยนต์ส่วนตัวทำให้นักศึกษามีความสะดวกมากในการเดินทางไปมหาวิทยาลัย แต่ก็มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงทั้งในเรื่องของค่าบำรุงรักษา และการต่อทะเบียนรถยนต์ สำหรับใบขับขี่    นักศึกษาควรที่จะทำใบขับขี่เพื่อขับรถยนต์เพราะในบางรัฐมีกฎหมายไม่อนุญาต ให้ใช้ใบขับขี่  นานาชาติ นอกจากนี้ยังกฎหมายเรื่องการทำประกันรถยนต์ หรือการอนุญาตให้เฉพาะผู้เป็น เจ้าของรถยนต์เท่านั้นเป็นผู้ขับรถยนต์แต่ เพียงผู้เดียว ดังนั้นนักศึกษาควรจะพิจารณาว่ามีความจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องซื้อรถยนต์
ดอกไม้ประจำชาติ

ดอกไม้ประจำชาติของสหรัฐอเมริกาคือ ดอกกุหลาบ

Continue reading >>

Tuesday, November 27, 2012

ดอกไม้ประจำชาติลาว

0 comments
ประเทศลาว

ประเทศลาว หรือชื่ออย่างเป็นทางการ คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ลาว: ສາທາລະນະລັດປະຊາທິປະໄຕປະຊາຊົນລາວ, อักษรย่อ: ສປປລ.; อังกฤษ: Lao People's Democratic Republic) เป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งไม่มีทางออกสู่ทะเล มีพื้นที่ 236,800 ตารางกิโลเมตร มีพรมแดนติดจีนและพม่าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ติดต่อกับเวียดนามทางทิศตะวันออก ติดต่อกับกัมพูชาทางทิศใต้ และติดต่อกับประเทศไทยทางทิศตะวันตก
คำว่า ลาว ในภาษาอังกฤษ
ในภาษาอังกฤษ คำว่าลาว ที่หมายถึงประเทศสะกดว่า "Laos" และ ลาวที่หมายถึงคนลาว และภาษาลาวใช้ "Lao" ในบางครั้งจะเห็นมีการใช้คำว่า "Laotian" แทนเนื่องจากป้องกันการสับสนกับเชื้อชาติลาว ที่สะกด "Lao ethnic group"

ดอกไม้ประจำชาติลาว


ที่มา http://gotoknow.org/file/tmaneewan/022.jpg



ภูมิศาสตร์

ลักษณะภูมิประเทศ
ประเทศลาวเป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งตั้งอยู่บนใจกลางของคาบสมุทรอินโดจีน ระหว่างละติจูดที่ 14 - 23 องศาเหนือ ลองติจูดที่ 100 - 108 องศาตะวันออก มีพื้นที่โดยรวมประมาณ 236,800 ตารางกิโลเมตร แบ่งเป็นภาคพื้นดิน 230,800 ตารางกิโลเมตร ภาคพื้นน้ำ 6,000 km² โดยลาวเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล เนื่องด้วยตลอดแนวชายแดนของประเทศลาว ซึ่งมีความยาวรวม 5,083 กิโลเมตร ล้อมรอบด้วยชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน 5 ประเทศ ดังนี้
ประเทศจีนทางด้านทิศเหนือ (1 กิโลเมตร)
ประเทศไทยทางด้านทิศใต้และทิศตะวันตก (1,754 กิโลเมตร)
ประเทศกัมพูชาทางด้านทิศใต้ (541 กิโลเมตร)
ประเทศเวียดนามทางด้านทิศตะวันออก (2,130 กิโลเมตร)
ประเทศพม่าทางด้านทิศตะวันตก (235 กิโลเมตร)
ความยาวพื้นที่ประเทศลาวตั้งแต่เหนือจรดใต้ยาวประมาณ 1,700 กว่ากิโลเมตร ส่วนที่กว้างที่สุดกว้าง 500 กิโลเมตร และที่แคบที่สุด 140 กิโลเมตร เนื้อที่ทั้งหมด 236,800 ตารางกิโลเมตร
ภูมิประเทศของลาวอาจแบบได้เป็น 3 เขต คือ
1.เขตภูเขาสูง เป็นพื้นที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ย 1,500 เมตรขึ้นไป พื้นที่นี้อยู่ในเขตภาคเหนือของประเทศ
2.เขตที่ราบสูง คือพื้นที่ซึ่งสูงกว่าระดับน้ำทะเลเฉลี่ย 1,000 เมตร ปรากฏตั้งแต่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของที่ราบสูงเมืองพวนไปจนถึงชายแดน กัมพูชา เขตที่ราบสูงนี้มีที่ราบสูงขนาดใหญ่อยู่ 3 แห่ง ได้แก่ ที่ราบสูงเมืองพวน (แขวงเชียงขวาง), ที่ราบสูงนากาย (แขวงคำม่วน) และที่ราบสูงบริเวณ (ภาคใต้)
3.เขตที่ราบลุ่ม เป็นเขตที่ราบตามแนวฝั่งแม่น้ำโขงและแม่น้ำต่างๆ เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดในเขตพื้นที่ทั้ง 3 เขต นับเป็นพื้นที่อู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญของประเทศ แนวที่ราบลุ่มเหล่านี้เริ่มปรากฏตั้งแต่บริเวณตอนใต้ของแม่น้ำงึม เรียกว่า ที่ราบลุ่มเวียงจันทน์ ผ่านที่ราบลุ่มสะหวันนะเขด ซึ่งอยู่ตอนใต้เซบั้งไฟและเซบั้งเหียง และที่ราบจำปาสักทางภาคใต้ของลาว ซึ่งปรากฏตามแนวแม่น้ำโขงเรื่อยไปจนจดชายแดนประเทศกัมพูชา
ทั้งนี้ เมื่อนำเอาพื้นที่ของเขตภูเขาสูงและเขตที่ราบสูงมารวมกันแล้ว จะมากถึง 3 ใน 4 ของพื้นที่ประเทศลาวทั้งหมด โดยจุดที่สูงที่สุดของประเทศลาวอยู่ที่ภูเบี้ย ในแขวงเชียงขวาง วัดความสูงได้ 2,817 เมตร (9,242 ฟุต)
ประเทศลาวมีแม่น้ำสายสำคัญอยู่หลายสาย โดยแม่น้ำซึ่งเป็นสายหัวใจหลักของประเทศคือแม่น้ำโขง ซึ่งไหลผ่านประเทศลาวเป็นระยะทาง 1,835 กิโลเมตร แม่น้ำสายนี้เป็นแม่น้ำสำคัญทั้งในด้านเกษตรกรรม การประมง การผลิตพลังงานไฟฟ้า การคมนาคมจากลาวเหนือไปจนถึงลาวใต้ และการใช้เป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างประเทศลาวกับประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ แม่น้ำสายสำคัญของลาวแห่งอื่นๆ ยังได้แก่
แม่น้ำอู (พงสาลี - หลวงพะบาง) ยาว 448 กิโลเมตร
แม่น้ำงึม (เชียงขวาง-เวียงจันทน์) ยาว 353 กิโลเมตร
แม่น้ำเซบั้งเหียง (สะหวันนะเขด) ยาว 338 กิโลเมตร
แม่น้ำทา (หลวงน้ำทา-บ่อแก้ว) ยาว523กิโลเมตร
แม่น้ำเซกอง (สาละวัน-เซกอง-อัดตะบือ) ยาว 320 กิโลเมตร
แม่น้ำเซบั้งไฟ (คำม่วน-สะหวันนะเขด) ยาว 239 กิโลเมตร
แม่น้ำแบ่ง (อุดมไซ) ยาว 215 กิโลเมตร
แม่น้ำเซโดน (สาละวัน-จำปาสัก) ยาว 192 กิโลเมตร
แม่น้ำเซละนอง (สะหวันนะเขด) ยาว 115 กิโลเมตร
แม่น้ำกะดิ่ง (บอลิคำไซ) ยาว 103 กิโลเมตร
แม่น้ำคาน (หัวพัน-หลวงพระบาง) ยาว 90 กิโลเมตร
ลักษณะภูมิอากาศ
สปป. ลาวอยู่ในภูมิอากาศเขตร้อน มีลมมรสุมแต่ไม่มีลมพายุ สำหรับเขตภูเขาภาคเหนือ และ เขตเทือกเขา อากาศมีลักษณะกึ่งร้อนกึ่งหนาว อุณหภูมิสะสมเฉลี่ยประจำปีสูงถึง 15-30 องศาเซลเซียส และความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืนมีประมาณ 10 องศาเซลเซียส จำนวนชั่วโมงที่มีแสงแดดต่อปีประมาณ 2,300 - 2,400 ชั่วโมง (ประมาณ 6.3 - 6.5 ชั่วโมงต่อวัน) ความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศมีประมาณร้อยละ 70 - 85 ปริมาณน้ำฝนในฤดูฝน (ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึงตุลาคม) มีร้อยละ 75 - 90 ส่วนในฤดูแล้ง (ตั้งแต่เดือนพฤษจิกายน ถึงเมษายน) ปริมาณน้ำฝนมีเพียงร้อยละ 10 - 25 และปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีของแต่เขตก็แตกต่างกันอย่างมากมาย เช่น เขตเทือกเขาบริเวณทางใต้ได้รับน้ำฝนเฉลี่ยปีละ 300 เซนติเมตร ขณะที่บริเวณแขวงเซียงขวาง
แขวงหลวงพะบาง แขวงไซยะบุลี ได้รับเพียงแค่ 100 - 150 เซนติเมตร ส่วนแขวงเวียงจันและสะหวันนะเขดในช่วง 150 - 200 เซนติเมตร เช่นเดียวกับ
แขวงพงสาลี แขวงหลวงน้ำทา และแขวงบ่อแก้ว
การเมือง

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมีระบบการปกครองแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ (ทางการลาวใช้คำว่า ระบอบประชาธิปไตยประชาชน) โดยมีพรรคประชาชนปฏิวัติลาวเป็นองค์กรชี้นำประเทศ ซึ่งพรรคนี้เริ่มมีอำนาจสูงสุดตั้งแต่ลาวเริ่มปกครองในระบอบสังคมนิยมเมื่อ วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2518 ประธานประเทศ (ประธานาธิบดี) ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวคนปัจจุบัน ซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี คือ พลโทจูมมะลี ไซยะสอน (ดำรงตำแหน่งเลขาธิการใหญ่คณะบริหารงานศูนย์กลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาวอีก ตำแหน่งหนึ่ง) ส่วนนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันคือนายบัวสอน บุบผาวัน
 สถาบันการเมืองที่สำคัญ
1.พรรคประชาชนปฏิวัติลาว
2.สภารัฐมนตรี (สภาแห่งชาติแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี)
3.สภาแห่งชาติลาว (ประชาชนเลือกสมาชิกสภาแห่งชาติจากผู้ที่พรรคฯ เสนอ)
4.แนวลาวสร้างชาติ
5.องค์กรจัดตั้ง เช่น สหพันธ์วัยหนุ่มลาว (สหพันธ์เยาวชน) สหพันธ์แม่หญิงลาว (สมาคมสตรี) กรรมบาลลาว (สหพันธ์กรรมกร) ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยพรรคประชาชนปฏิวัติลาว
 การจัดตั้งและการบริหาร
หลายหมู่บ้านรวมกันเป็น เมือง (ก่อนหน้านี้จัดให้หลายหมู่บ้านรวมกันเป็น ตาแสง มีตาแสงเป็นผู้ปกครอง หลายตาแสงรวมกันจึงเรียกว่า เมือง)
หลายเมืองรวมกันเป็น แขวง
"คณะกรรมการปกครองหมู่บ้าน" มี นายบ้าน เป็นหัวหน้า เป็นผู้บริหารของหมู่บ้าน
"คณะกรรมการปกครองเมือง" มี เจ้าเมือง เป็นหัวหน้า เป็นผู้บริหารเมือง
"คณะกรรมการปกครองแขวง" มี เจ้าแขวง เป็นหัวหน้า เป็นผู้บริหารแขวง
"คณะกรรมการปกครองนครหลวง" มี เจ้าครองนครหลวง เป็นหัวหน้า เป็นผู้บริหารนครหลวง
"ระดับศูนย์กลาง" มีกระทรวง คณะกรรมการเป็นผู้ดูแลและบริหาร
 
การแบ่งเขตการปกครอง
ลาวแบ่งเป็น 16 แขวง ในหนึ่งแขวงจะมีหลาย เมือง ซึ่งจะมีหนึ่งเมืองเป็นเมืองหลวงเรียกว่า เมืองเอก และ 1 เขตปกครองพิเศษเรียกว่า นครหลวง ดังแสดงในตารางต่อไปนี้
ชื่อ ชื่อลาว เมืองเอก พื้นที่ (km²) ประชากร
(ปี 2547)
1. แขวงอัดตะปือ ແຂວງອັດຕະປື เมืองสามักคีไซ 10,320 114,300
2. แขวงบ่อแก้ว ແຂວງບໍ່ແກ້ວ เมืองห้วยซาย 6,196 149,700
3. แขวงบอลิคำไซ ແຂວງບໍລິຄໍາໄຊ เมืองปากซัน 14,863 214,900
4. แขวงจำปาสัก ແຂວງຈໍາປາສັກ เมืองปากเซ 15,415 575,600
5. แขวงหัวพัน ແຂວງຫົວພັນ เมืองซำเหนือ 16,500 322,200
6. แขวงคำม่วน ແຂວງຄໍາມ່ວນ เมืองท่าแขก 16,315 358,800
7. แขวงหลวงน้ำทา ແຂວງຫຼວງນ້ຳທາ เมืองหลวงน้ำทา 9,325 150,100
8. แขวงหลวงพระบาง ແຂວງຫຼວງພະບາງ เมืองหลวงพระบาง 16,875 408,800
9. แขวงอุดมไซ ແຂວງອຸດົມໄຊ เมืองไซ 15,370 275,300
10. แขวงพงสาลี ແຂວງຜົ້ງສາລີ เมืองพงสาลี 16,270 199,900
11. แขวงสาละวัน ແຂວງສາລະວັນ เมืองสาละวัน 10,691 336,600
12. แขวงสะหวันนะเขด ແຂວງສະຫວັນນະເຂດ เมืองไกสอน พมวิหาน 21,774 721,500
13. นครหลวงเวียงจันทน์ ນະຄອນຫຼວງວຽງຈັນ นครหลวงเวียงจันทน์
(ประกอบด้วยเมืองจันทะบูลี, เมืองสีสัดตะนาก,
เมืองไซเสดถา เมืองสีโคดตะบอง
เมืองหาดซายฟอง และ ตอนใต้ของเมืองไซทานี)
3,920 692,900
14. แขวงเวียงจันทน์ ແຂວງວຽງຈັນ เมืองโพนโฮง 15,927 373,700
15. แขวงไซยะบูลี ແຂວງໄຊຍະບູລີ เมืองไซยะบูลี 16,389 382,200
17. แขวงเซกอง ແຂວງເຊກອງ เมืองละมาม 7,665 83,600
18. แขวงเชียงขวาง ແຂວງຊຽງຂວາງ เมืองโพนสะหวัน 15,880 262,200
ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2549 ได้มีการยุบเขตพิเศษไซสมบูน (ເຂດພິເສດໄຊສົມບູນ; หมายเลข 16 ในแผนที่) อย่างเป็นทางการ ตามดำรัสนายกรัฐมนตรี (คำสั่งนายกรัฐมนตรี) เลขที่ 10/ນຍ. ลงวันที่ 13 มกราคม 2549 โดยเมืองท่าโทมถูกรวมกับแขวงเชียงขวาง และเมืองไซสมบูนถูกรวมกับแขวงเวียงจันทน์
 
 
ธงประจำชาติ
ที่มา http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Flag_of_Laos.svg 
 
ตราแผ่นดิน
ที่มา http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Coat_of_arms_of_Laos.svg 
 
แผนที่
ที่มา http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:LocationLaos.svg
 
เพลงชาติลาว
เพลงชาติลาว หรือ เพงซาดลาวในภาษาลาว (ลาว: ເພງຊາດລາວ) เป็นเพลงที่ได้รับการรับรองให้เป็นเพลงชาติของราชอาณาจักรลาวอย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 2490 แต่งขึ้นทั้งส่วนคำร้องฉบับแรกสุดและทำนองเพลงเมื่อปี พ.ศ. 2484 โดย ดร.ทองดี สุนทอนวิจิด (ດຣ.ທອງດີ ສຸນທອນວິຈິດ: พ.ศ. 2448 - 2511)
เมื่อพรรคประชาชนปฏิวัติลาวสามารถล้มล้างรัฐบาลระบอบกษัตริย์ได้สำเร็จในปี พ.ศ. 2518 เนื้อร้องของเพลงชาติลาวสมัยราชอาณาจักรจึงถูกยกเลิก และได้มีการเปลี่ยนเนื้อเพลงเป็นฉบับที่แต่งโดยท่านสีซะนะ สีสาน (ສີຊະນະ ສີສານ) โดยประกาศใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2518 ซึ่งเป็นวันสถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
เนื้อเพลงชาติฉบับดังกล่าวได้ใช้มาจนถึงปี พ.ศ. 2531 รัฐบาลลาวจึงได้รับรองเพลงชาติซึ่งได้มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อเพลงบ้างเล็กน้อยมาเป็นเนื้อร้องฉบับปัจจุบัน ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ฉบับลงวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2531
 
เนื้อร้อง
  • ทำนอง: ทองดี สุนทอนวิจิด
  • คำร้อง: สีซะนะ สีสาน
อักษรลาว ปริวรรตเป็นอักษรไทย ถ่ายรูปอักษรด้วยอักษรไทย
ຊາດລາວຕັ້ງແຕ່ໃດມາ
ລາວທຸກຖ້ວນຫນ້າເຊີດຊູສຸດໃຈ
ຮ່ວມແຮງຮ່ວມຈິດຮ່ວມໃຈ
ສາມັກຄີກັນເປັນກຳລັງດຽວ
ເດັດດ່ຽວພ້ອມກັນກ້າວຫນ້າ
ບູຊາຊູກຽດຂອງລາວ
ສົ່ງເສີມໃຊ້ສິດເປັນເຈົ້າ
ລາວທຸກຊົນເຜົ່າສະເໝີພາບກັນ
ບໍ່ໃຫ້ພວກຈັກກະພັດ
ແລະພວກຂາຍຊາດເຂົ້າມາລົບກວນ
ລາວທັງມວນຊູເອກະລາດ
ອິດສະຫລະພາບຂອງຊາດລາວໄວ້
ຕັດສິນໃຈສູ້ຊິງເອົາໄຊ
ພາຊາດລາວໄປສູ່ຄວາມວັດທະນາ
ซาดลาวตั้งแต่ใดมา
ลาวทุกถ้วนหน้าเซิดซูสุดใจ
ฮ่วมแฮงฮ่วมจิดฮ่วมใจ
สามักคีกันเปันกำลังเดียว
เดัดเดี่ยวพ้อมกันก้าวหน้า
บูซาซูเกียดของลาว
ส์่งเสิมใซ้สิดเปันเจ้า
ลาวทุกซ์นเผ์่าสะเหมีพาบกัน
บํ่ให้พวกจักกะพัด
และพวกขายซาดเข์้ามาล์บกวน
ลาวทังมวนซูเอกะลาด
อิดสะละพาบของซาดลาวไว้
ตัดสินใจสู้ซิงเอาไซ
พาซาดลาวไปสู่ความวัดทะนา
ชาติลาวตั้งแต่ใดมา
ลาวทุกถ้วนหน้าเชิดชูสุดใจ
ร่วมแรงร่วมจิตร่วมใจ
สามัคคีกันเป็นกำลังเดียว
เด็ดเดี่ยวพร้อมกันก้าวหน้า
บูชาชูเกียรติของลาว
ส่งเสริมใช้สิทธิ์เป็นเจ้า
ลาวทุกชนเผ่าเสมอภาพกัน
บ่ให้พวกจักรพรรดิ์[1]
และพวกขายชาติเข้ามารบกวน
ลาวทั้งมวลชูเอกราช
อิสรภาพของชาติลาวไว้
ตัดสินใจสู้ชิงเอาชัย
พาชาติลาวไปสู่ความวัฒนา
 
โน้ตเพลงชาติลาว
ที่มา http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7.gif
 
สังคม

ประชากร

จากสถิติในปี พ.ศ. 2548 (ตามข้อมูลกระทรวงการต่างประเทศของ ไทย) ประเทศลาวมีประชากรรวม 6,068,117 คน ประกอบด้วยชนชาติต่างๆ หลากหลายเชื้อชาติ ซึ่งในภาษาลาวจะเรียกรวมกันว่า "ประชาชนบรรดาเผ่า" สามารถจำแนกได้เป็น 68 ชนเผ่าโดยประมาณ แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ตามถิ่นที่อยู่อาศัย ดังนี้
  1. ลาวลุ่ม หมายถึงชาวลาวที่อาศัยอยู่ในเขตที่ราบ ส่วนใหญ่ได้แก่คนเชื้อชาติลาว ภูไท ไทดำ ไทลื้อ ฯลฯ ใช้ภาษาลาวหรือ ภาษาตระกูลภาษาไทเป็นภาษาหลัก ประชาชนกลุ่มนี้มีอยู่ร้อยละ 68 ของจำนวนประชากรทั้งหมดและอาศัยกระจายอยู่ทั่วประเทศ ถือว่าเป็นกลุ่มชาวลาวที่มีจำนวนมากที่สุดในประเทศ
  2. ลาวเทิง หมายถึงชาวลาวที่อาศัยอยู่ในเขตที่ราบสูง เช่น ชาวบรู มะกอง งวน ตะโอย ตาเลียง ละเม็ด ละเวน กะตัง ฯลฯ ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ทางภาคใต้ของประเทศ เช่น แขวงจำปาสัก แขวงเซกอง แขวงอัตตะปือ คิดเป็นร้อยละ 22 ของจำนวนประชากรทั้งหมด
  3. ลาวสูง หมายถึงชาวลาวที่อาศัยอยู่ในเขตภูเขาสูง เช่น ชาวม้ง เย้า มูเซอ ผู้น้อย และชาวเขาเผ่าต่างๆ ส่วนมากอาศัยอยู่ในเขตภาคเหนือของลาว เช่น แขวงหลวงพระบาง แขวงเชียงขวาง และตามแนวตะเข็บชายแดนภาคเหนือ ชาวลาวกลุ่มนี้คิดเป็นจำนวนร้อยละ 9 ของจำนวนประชากรทั้งหมด
นอกจากนี้ยังมีชาวลาวเชื้อสายเวียดนาม ชาวลาวเชื้อสายจีน รวมทั้งชาวต่างชาติอื่นๆ ในลาวคิดเป็นร้อยละ 2 ของจำนวนประชากรทั้งหมดด้วย

ภาษา

ประเทศลาวใช้ภาษาลาวเป็น ภาษาทางการทั้งในส่วนของภาษาพูดและระบบการเขียน ส่วนในกลุ่มชาวลาวเทิงและชาวลาวสูงยังคงมีการใช้ภาษาประจำเผ่าของตนควบคู่ กับภาษาลาว ส่วนภาษาต่างประเทศอื่นที่มีการใช้ได้แก่ภาษาฝรั่งเศสซึ่งมีการใช้มาตั้งแต่สมัยอาณานิคม ปัจจุบันยังคงใช้ในวงราชการและการติดต่อค้าขายบ้าง อีกภาษาหนึ่งที่สำคัญคือภาษาอังกฤษซึ่งใช้ในการติดต่อกับต่างประเทศและการค้า ซึ่งนับวันการศึกษาภาษาอังกฤษก็ยิ่งจะขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับอัตราการรู้หนังสือของลาวนั้น ประชากรเพศชายรู้หนังสือร้อยละ 67 หญิงร้อยละ 43 เมื่อคิดเฉลี่ยรวมทั้งสองเพศแล้วปรากฏว่าประเทศลาวมีอัตราประชากรที่รู้ หนังสือ ร้อยละ 56

 ศาสนา

ชาวลาวส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาทซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติ (ร้อยละ 60 ของชาวลาวทั้งหมด) ควบคู่ไปกับลัทธินับถือผีบรรพบุรุษของชนชาติส่วนน้อยในแถบภูเขาสูง ส่วนชาวลาวที่นับถือศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลามมี จำนวนที่ค่อนข้างน้อยมาก โดยศาสนาคริสต์ส่วนมากจะมีผู้นับถือเป็นกลุ่มชาวเวียดนามอพยพและชาวลาวเชื้อ สายเวียดนาม ส่วนศาสนาอิสลามพบว่ามีการนับถือในหมู่ชนชาติส่วนน้อยจีนฮ่อที่อาศัยตามชายแดนด้านติดกับประเทศพม่า และมีชุมชนมุสลิมที่มีเชื้อสายเอเชียใต้ และจามในเวียงจันทน์

 วัฒนธรรม

มีความคล้ายคลึงกับคนภาคอิสานของไทยเป็นอย่างมาก ยังมีคำกล่าวที่ว่า “ มีลาวอยู่แห่งใด มีมัดหมี่ แลลายจกอยู่ที่นั้น ” ในด้านดนตรี ลาวมีแคนเป็นเครื่องดนตรีประจำชาติ มีหมอขับ หมอลำ ลาวมีประเพณีทางพระพุทธศาสนาและอื่นๆ เช่น วันมาฆบูชา วันสงกรานต์ วันออกพรรษา บุญเข้าประดับดิน บุญเข้าฉลาก บุญส่วงเฮือ (แข่งเรือ) บุญธาตุหลวงเวียงจันทน์ ในเดือน 12 เป็นต้น
พุทธศาสนาแบบเถรวาท นับเป็นแบบแผนหลักของวัฒนธรรมลาว ซึ่งปรากฏให้เห็นทั่วประเทศ ทั้งในด้านภาษา และศิลปะ วรรณคดี ศิลปะการแสดง ฯลฯ สำหรับดนตรีลาวนั้นมี แคน ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีประจำชาติ วงดนตรีของลาวก็คือวงหมอลำ มีหมอลำ และหมอแคน ท่วงทำนองของการขับลำจะแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น ทางภาคเหนือเรียกว่าขับ ภาคใต้จากบอลิคำไซลงไปเรียกว่าลำ เช่น ขับงึมเวียงจันทน์ ขับพวนเซียงขวง ลำสาละวันของแขวงสาละวัน ลำภูไท ลำตังหวาย ลำคอนสะหวัน ลำบ้านซอกของแขวงสะหวันนะเขต ขับโสม ลำสีพันดอนของแขวงจำปาสัก ลำมะหาไซของแขวงคำม่วน ขับทุ่มของแขวงหลวงพระบาง ขับลื้อของชาวลื้อ เป็นต้น
การแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ อย่างหนึ่งของลาวคือผู้หญิงจะนุ่งผ้าซิ่น (ผ้าถุง)
อาหารของคนลาว ลาวจะทานข้าวเหนียวเป็นหลัก อาหารที่เป็นเอกลักษณ์คือ แจ่ว ส้มตำ ไก่ย่าง เป็นต้น
อารยธรรมเก่าแก่ของลาวนั้น มีปรากฏจากหลักฐานด้านโบราณคดียุคหินที่ทุ่งไหหินในแขวงเชียงขวาง
 
ชุดประจำชาติลาว
ที่มา http://www.koratpost.net/upload/temp/DSC_8451.jpg
 
ดอกไม้ประจำชาติลาว
ที่มา http://gotoknow.org/file/tmaneewan/022.jpg
Continue reading >>

ดอกไม้ประจำประเทศฝรั่งเศส

0 comments
ประเทศในทวีปยุโรป
ประเทศฝรั่งเศส


ดอกไม้ประจำประเทศฝรั่งเศส

[Iris.jpg]



เมืองหลวง : ปารีส

ข้อมูลทั่วไป: ฝรั่งเศส เป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป หากดูในแผนที่แล้วจะเห็นว่ามีลักษณะคล้ายรูปหกเหลี่ยม อีกทั้งยังมีพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่กินอาณาบริเวณกว้าง ประเทศฝรั่งเศส (France) หรือ สาธารณรัฐฝรั่งเศส เป็นประเทศที่มีศูนย์กลางตั้งอยู่ในภูมิภาคยุโรปตะวันตก ทั้งยังประกอบไปด้วยเกาะและดินแดนอื่นๆ ในต่างทวีป ประเทศฝรั่งเศสแผ่นดินใหญ่ทอดตัวตั้งแต่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจนถึงช่องแคบอังกฤษและทะเลเหนือ และจากแม่น้ำไรน์จนถึงมหาสมุทรแอตแลนติก ชาวฝรั่งเศสมักเรียกแผ่นดินใหญ่ว่า หกเหลี่ยม (L'Hexagone) เนื่องจากรูปทรงทางกายภาพของประเทศ ประเทศฝรั่งเศสปกครองด้วยระบอบกึ่งประธานาธิบดี โดยยึดอุดมการณ์จากปฏิญญาว่าด้วยสิทธิของมนุษย์และของพลเมือง ประเทศฝรั่งเศสมีพรมแดนติดกับประเทศเบลเยียม ลักเซมเบิร์ก เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี โมนาโก อันดอร์ราและสเปน และเนื่องจากประเทศฝรั่งเศสมีดินแดนโพ้นทะเลไว้ในครอบครอง ทำให้มีอาณาเขตติดกับประเทศบราซิลและซูรินาเม (ติดกับเฟรนช์เกียนา) และหมู่เกาะอินดีสเนเธอร์แลนด์ตะวันตก (ติดกับแซงต์-มาร์แตง) อีกด้วย นอกจากนั้นประเทศฝรั่งเศสยังเชื่อมกับสหราชอาณาจักรทางอุโมงค์ช่องแคบอังกฤษอีกด้วย ประเทศฝรั่งเศสเคยเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจของโลกตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 และ 19 จักรวรรดิฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศจักรวรรดินิยมที่มีอาณานิคมในครอบครองมากที่สุดในโลก แผ่อาณาเขตตั้งแต่แอฟริกาตะวันตกจนถึงเอเชียอาคเนย์ ซึ่งเห็นได้ชัดจากอิทธิพลทางวัฒนธรรม ภาษาและการเมืองการปกครองของดินแดนนั้นๆ

ประเทศฝรั่งเศสถูกจัดให้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วและมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของโลก ประเทศฝรั่งเศสยังเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลกอีกด้วย โดยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกว่า 82 ล้านคนต่อปี ประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศผู้ก่อตั้งสหภาพยุโรปและมีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศอีกด้วย ประเทศฝรั่งเศสยังเป็นประเทศผู้ก่อตั้งสหประชาชาติ เป็นสมาชิกประชาคมผู้ใช้ภาษาฝรั่งเศสโลก จีแปด นาโต้และสหภาพละติน ประเทศฝรั่งเศสยังเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์ที่มีหัวรบนิวเคลียร์กว่า 360 หัวรบและเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 59 แห่ง

ที่มาและประวัติของชื่อ คำว่า ฝรั่งเศส (France) มาจากภาษาละติน Francia ซึ่งแปลตามตรงว่า ดินแดนแห่งแฟรงค์ (Frankland) และมีหลายทฤษฎีที่สันนิษฐานถึงที่มาของคำว่า แฟรงค์ (Franks) ซึ่งหนึ่งในนั้นคือคำในภาษาโปรโต-เยอรมัน Frankon ซึ่งแปลว่า หลาว หอก หรือทวนซึ่งเป็นอาวุธของพวกแฟรงค์ เป็นที่รู้จักกันในชื่อ ฟรานซิสกา (Francisca) อีกทฤษฎีหนึ่งตามหลักนิรุกติศาสตร์คือในภาษาเยอรมันโบราณ คำว่า แฟรงค์ แปลว่า อิสระ ซึ่งตรงกันข้ามกับความเป็นทาส โดยคำดังกล่าวยังคงปรากฏในภาษาฝรั่งเศสปัจจุบันในรูป ฟรังก์ (Franc) ซึ่งเป็นสกุลเงินของประเทศฝรั่งเศสจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นสกุลเงินยูโรในปี พ.ศ. 2545 ในปัจจุบันประเทศเยอรมนียังเรียกประเทศฝรั่งเศสว่า Frankreich ซึ่งแปลว่า อาณาจักรแห่งแฟรงค์ อีกด้วย เมืองหลวง กรุงปารีส

ที่ตั้ง ประเทศฝรั่งเศสตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของทวีปยุโรป ทิศเหนือติดกับช่องแคบอังกฤษ ประเทศเบลเยียม และลักเซมเบิร์ก ทิศตะวันออกติดกับเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และอิตาลี ทิศตะวันตกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก และทิศใต้ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อันดอร์ราและสเปน

ภูมิอากาศ โดยทั่วไปฤดูหนาวอากาศเย็น และฤดูร้อนอากาศอบอุ่น ส่วนภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียน ฤดูหนาวอากาศไม่เย็นจัด และฤดูร้อนอากาศร้อน สามารถมีลม Mistral พัดผ่านจากทิศเหนือไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนือได้เป็นครั้งคราว ภาษาราชการ ฝรั่งเศส (มีภาษา Dialects เช่น Breton, Provençal, Alsatian, Corsican เป็นต้น)

ศาสนา คริสต์ (90% โรมันคาธอลิค) นอกจากนั้นโปรเตสแตนท์ (2%) ยิว (1%) มุสลิม (5-10%) ไม่นับถือศาสนา 4% วัฒนธรรม

ชาวฝรั่งเศสมีวัฒนธรรมการนอนกลางวัน จึงส่งผลให้ประเทศอาณานิคมของฝรั่งเศสชอบนอนกลางวันตามไปด้วย อย่างไรก็ตามในส่วนลึกของวัฒนธรรม คล้ายคลึงกับของอังกฤษและอิตาลีอยู่แล้ว ไม่สามารถแบ่งได้ชัดเจนเด่นชัด เช่น การจับมือ ภาษา เป็นต้น

สกุลเงิน ยูโร (Euro) 1 ยูโร วันชาติ 14 กรกฎาคม

การท่องเที่ยว ประเทศฝรั่งเศสนับเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุดในโลก สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมมากที่สุดมีดังนี้หอไอเฟล, พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ , พระราชวังแวร์ซายส์ , พิพิธภัณฑ์ออร์เซ , ประตูชัยฝรั่งเศส , ซองตร์ ปอมปิดู , มงต์-แซงต์-มิแชล , ชาโต เดอ ชองบอร์ด , แซงต์-ชาแปลล์ , ชาโต ดู โอต์-โคนิคบูร์ก , ปุย เดอ โดม , พิพิธภัณฑ์ปิกัสโซ และการ์กาสซอนน์   


ดอกไม้ประจำประเทศฝรั่งเศส

[Iris.jpg]


ความเป็นมาของหอไอเฟล

หอไอเฟลเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศส หากใครที่ได้ไปเมืองน้ำหอมแล้วไม่ได้ไปดูหอไอเฟลนี้เรียกว่ายังไปไม่ถึงก็ อาจจะเป็นได้ นักท่องเที่ยวมากมายก็สนใจไปดูหอไอเฟลนี้แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าประวัติ ความเป็นมาของเจ้าหอไอเฟลนี้ งั้นเราไปทำความรู้จักกับประวัติความเป็นของหอไอเฟลกันค่ะ
หอไอเฟลเป็นหอคอยเหล็กตั้งอยู่ที่ Champ de Mars ในกรุงปารีส เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส หอคอยแห่งนี้เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศส และเป็นหนึ่งในสิ่งปลูกสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก

หอคอยแห่งนี้ถูกตั้งชื่อตามผู้ออกแบบคือ Gustave Eiffel ทำการสร้างในระหว่างปี 1887-1889 น้ำหนักของหอไอเฟลคือ 7300 ตัน ยอดของหอคอยสามารถเบนออกจากแสงอาทิตย์ที่ส่องมายังยอดหอคอยถึง 18 เซ็นติเมตร (7นิ้ว) ทั้งนี้ขึ้นอยูกับอุณหภูมิของเหล็กด้านที่หันหน้าเข้าสู่แสงอาทตย์ซึ่งจะ ขยายตัวเนื่องจากความร้อนที่ได้รับ นอกจากนี้ตัวหอคอยแห่งนี้ยังมีการแกว่งตัวตามแรงลมอีกด้วย โดยการแกว่งตัวอยู่ที่ระดับ 6-7 เซ็นติเมตร (2-3นิ้ว)

ในการก่อสร้างหอคอยแห่งนี้ ใช้คนงานก่อสร้างถึง 300 คน เพื่อประกอบเหล็กจำนวน 18038 ชิ้นเข้าด้วยกัน โดยใช้หมุดถึง 2.5 ล้านตัว ความเสียงที่จะเกิดอุบัติเหตุระหว่างการก่อสร้างสูงมาก เนื่องจากหอไอเฟลแตกต่างจากตึกสูงในปัจจุบันตรงที่เป็นหอเปลือย ไม่มีจำนวนชั้น อย่างไรก็ตามมีการเตรียมตัวรักษาความปลอดภัยในการก่อสร้างอย่างเต็มที่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในการก่อสร้างเพียงคนเดียวเท่านั้น(จริง อ่ะป่าวเนี่ย)

ในระหว่างการก่อสร้าง หอไอเฟลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงรูปร่างของหอคอย Gustave Eiffel ถูกกล่าวหาว่าพยายามสร้างงานศิลปะที่ดูแล้วไม่มีศิลปะ การก่อสร้างให้หอคอยแกว่งตัวได้ไม่คำนึงถึงหลักวิศวกรรมศาสตร์(แต่เราว่ามัน ก็สวยดีนะ) แต่อย่างไรก็ตาม Gustave Eiffel ซึ่งมีชื่อเสียงมาจากงานก่อสร้างสะพาน กลับเป็นผู้ที่เข้าใจความสำคัญของแรงลม และเป็นผู้ที่รู้ว่าการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างที่สูงที่สุดในโลก(ในขณะนั้น) จะต้องแน่ใจว่ามันต้องต้านทานลมได้ และในตอนต้นศตวรรษที่ 20 หอไอเฟลถูกใช้เป็นศูนย์รับส่งสัญญานวิทยุ เมื่อปี 1909 ศูนย์วิทยุถูกก่อสร้างขึ้นอย่างถาวรที่หอไอเฟล และยังปรากฎให้เห็นในปัจจุบัน

อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ........มีภาพตอนทีกำลังสร้างมาฝากกันด้วยนะคะ
Continue reading >>

ดอกไม้ประจำชาติประเทศเวียดนาม

0 comments

ดอกไม้ประจำชาติ

ดอกบัว เป็นดอกไม้ประจำชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

รายละเอียดเกี่ยวกับประเทศเวียดนาม
ธงชาติ
ตราแผ่นดิน
แผนที่
คำขวัญ Độc lập – Tự do – Hạnh phúc แปลว่า เอกราช อิสระ ความสุข
เพลงประจำชาติ  เพลง Tiến Quân Ca  อ่านว่า เตี๋ยน เกวิน กา  แปลว่า มาร์ชทหารเวียดนามประพันธ์โดย เหงวียน วันกาว      (Nguyễn Văn Cao พ.ศ.2466-พ.ศ.2538) ใน พ.ศ. 2487
คำแปล
ทหารเวียดนามทั้งหลาย รุกไปข้างหน้า
 !
ด้วยใจเด็ดเดี่ยวในการพิทักษ์มาตุภูมิ
เสียงฝีเท้าที่เร่งเร้าดังก้องทั่วท้องถนนอันยาวไกลและทุรกันดาร
จิตวิญญาณของชาติสถิตในธงแดงอาบเลือดแห่งชัยชนะ
เสียงปืนที่กระหน่ำยาวนานสอดประสานไปกับเสียงเพลงเดินทัพ
หนทางสู่ความรุ่งเริองของเราทอดทับบนซากศพของเหล่าศัตรู
มาฝ่าฟันความทุกข์ยากนานัปประการ แล้วร่วมสร้างที่มั่นต้านข้าศึก
จงสู้เพื่อจุดมุ่งหมายของผองชนอย่างไม่ลดละ
เร่งเข้าสู่สมรภูมิกันเถอะ
 !
รุกไปข้างหน้า
 ! ทุกคนรุกไปข้างหน้า !
เวียดนามของเราอยู่ยืนยงชั่วกัปกัลป์ทหารเวียดนามทั้งหลาย รุกไปข้างหน้า!
ธงดาวทองโบกสะบัดพลิ้ว
นำปวงชนพ้นความทุกข์ยากลำเค็ญ
มาร่วมมุมานะต่อสู้เพื่อสร้างชีวิตใหม่
จงลุกขึ้นสู้และทำลายโซ่ตรวนทิ้ง
เพราะเรากล้ำกลืนฝืนทนต่อความเคียดแค้นชิงชังมานานพอแล้ว
จงเตรียมพร้อมต่อการเสียสละทุกสิ่ง เพื่อชีวิตอันรุ่งโรจน์ในภายหน้า
จงสู้เพื่อจุดมุ่งหมายของผองชนอย่างไม่ลดละ
เร่งเข้าสู่สมรภูมิกันเถอะ
 !
รุกไปข้างหน้า
 ! ทุกคนรุกไปข้างหน้า !
เวียดนามของเราอยู่ยืนยงชั่วกัปกัลป์

ภาษาที่ใช้        ภาษาทางการคือ ภาษาเวียตนาม ภาษาที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารทางธุรกิจ คือ ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และจีน
ศาสนาประจำชาติ เวียดนามไม่มีศาสนาประจำชาติ มีอิสระในการเลือกนับถือศาสนา แต่ปัจจุบันประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ นับถือศาสนาคริสต์ ประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ และที่เหนือนับถือศาสนาอื่นๆ อีก 3 เปอร์เซ็นต์
เมืองหลวง  คือ กรุงฮานอย
สกุลเงิน
 
ด่อง อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 420-460 ดอง ต่อ 1 บาท และ 1 ดอลลาร์ เท่ากับ 15,900 ด่อง เงินสกุลดอลลาร์สามารถใช้ได้ทั่วประเทศ ส่วนเงินบาทสามารถใช้ได้ตามร้านค้าทั่วไป บัตรเครดิตไม่เป็นที่นิยมในเวียดนาม เพราะใช้ได้กับเฉพาะร้านค้าหรือโรงแรมใหญ่ๆเท่านั้น
อาหารประจำชาติที่เป็นยอดนิยมและเป็นที่รู้จักของชาติต่างๆ
ชาวเวียดนามกินข้าวเจ้าเป็นอาหารหลัก แต่ก็รับประทานข้าวเหนียวด้วย อาหารที่ปรุงด้วยแป้ง และมีไส้ รวมถึงขนมปังฝรั่งเศส ชาวเวียดนามเรียกว่า "บั๋น" อาหารที่ปรุงด้วยข้าวเหนียวที่เป็นที่นิยมในเวียดนามได้แก่      
บั๋นจึง ข้าวต้มไส้ถั่ว ห่อด้วยใบตองเป็นรูปสี่เหลี่ยม       
บั๋นหย่าย ข้าวต้มไส้ถั่ว ห่อด้วยใบตองเป็นรูปทรงกลม       
บั๋นหล่ากาย ขนมทำจากแป้งข้าวเหนียว นวดกับใบป่านจนดำ ไส้ทำจากถั่ว ชาวเวียดนามมีอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากก๋วยเตี๋ยวของจีน เรียกว่า "เฝอ" ซึ่งได้ปรับปรุงจนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ขนมจีนในภาษาเวียดนามเรียก"บุ๋น" ซึ่งมีรูปแบบการปรุงที่หลากหลาย เช่น      
บุ๋นบ่อเหว เป็นขนมจีนน้ำใส่เนื้อวัวหรือเนื้อหมู เป็นอาหารที่มีชื่อเสียงของเว้       
บุ๋นทิดหนึง ขนมจีนหมูย่าง       
บุ๋นบ่อ ขนมจีนหน้าเนื้อ
ดอกไม้ประจำชาติ
ดอกบัว เป็นดอกไม้ประจำชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม  บัวเป็นพืชมงคล เพราะเชื่อกันตามหลักพระพุทธศาสนาว่าบัวที่โผล่พ้นจากน้ำ เหมือนการหลุดพ้น จากกิเลสทั้งปวง รวมถึงความบริสุทธิ์ และความผูกพันดั่งสายใยของบัวนั่นเอง การปลูกควรปลูกในวันพุธทางทิศตะวันตกของตัวบ้าน ถ้าผู้ปลูกเป็นคนที่เกิดปีจอด้วยจะดีมาก เพราะดอกบัวเป็นดอกไม้ประจำปีเกิดของผู้เกิดปีจอ
ชุดประจำชาติ
ชุดประจำชาติเวียดนาม หรือ ชุด Ao dai นี้ (อ่านว่า อาว หญ่าย) นอกจากจะนิยมใช้กันในเมืองใหญ่ ๆ แล้ว ตามชนบทก็เป็นที่นิยมด้วย เนื่องจากเป็นชุดที่ใส่แล้วสบาย เพราะเนื้อผ้า ค่อนข้างละเอียด ชุด Ao Dai ในปัจจุบันที่เห็นกันอยู่นั้น มักมีการดัดแปลงไปตามสมัยนิยม ซึ่งต่างจากอดีตมากทีละเล็กทีละน้อยที่ชาวเวียดนามประยุกต์เอาแฟชั่นตามสมัย นิยมให้เข้ากับวัฒนธรรมการแต่งกายของตน ได้มีชาวเวียดนามคนหนึ่ง ชือ Tram Kim ได้นำชุดนี้เข้าไปตัดเย็บในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ การนำแฟชั่นเข้ามาสู่ชุดAo Dai นี้ เขาได้ย้าย ไปที่ แคลิฟอเนีย ประมาณ ปี 1982 และเปิดร้านตัดเย็บเสื้อผ้าที่นั่น จนมีชื่อเสียง และคนทั่วไปรู้จักเขาในนามว่า Mr.Ao Dai เมื่อชุด Ao Dai เป็นที่นิยมแล้วก็ได้มีการจัดการประกวดมิสAo Dai ด้วย ในหาดที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งที่เมืองแคลิฟอเนีย เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดผู้คนมาจากทั่วทุกสารทิศให้มาร่วมงานนี้ เพื่อที่จะได้ยลโฉม สาวในชุด Ao Dai ชุด Ao Dai นี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบเสื่อผ้ามืออาชีพหลายคน หันมาสนใจอย่างจริงจัง และหลายครั้งก็ได้นำแนวความคิดของชุดนี้ มาตัดเย็บในเสื่อผ้าของชาวยุโรป และนำไปโชว์ในงานแฟชั่นตามที่ต่างๆ โดย เฉพาะที่ ปารีส ฯลฯ ปัจจุบันได้มีช่างตัดเย็บเสื้อผ้ามากมาย ที่ได้รับงานตัดชุดจากลูกค้าต่างประเทศ ซึ่งชุดหนึ่งก็ประมาณ 2 พัน บาท ของไทย แต่ชุดนี้ จะต้องวัดตัวลูกค้าอย่างละเอียด เพื่อที่จะได้ชุดที่ออกมาพอดี สวยงาม การที่ผู้คนนิยมก็อาจเป็นเพราะว่าชุดนี้ใส่สบาย และดูสวยงาม สาวเวียดนามบางคนเลือกมาเป็นแฟชั่นประจำตัวเลยทีเดียวจาก  ข้อมูลจาก http://bob23007.exteen.com/20061006/entry-1 
อากาศ กรุงฮานอยและบริเวณตอนเหนือของเวียดนามมีอากาศค่อนข้างหนาวเย็น และชื้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม  ช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม อากาศค่อนข้างร้อน
เวลา         เวลาที่ประเทศเวียดนาม เท่ากับเวลาในประเทศไทย
สถานที่ท่องเที่ยว
ตลาดบินถั่น (Ben Thanh Market)


ตั้งอยู่บนถนนเลเลย ( Le Loi) ใกล้ๆ กับจัตุรัสโฮจิมินห์ ได้รับการก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2457 บนพื้นที่ประมาณ 1 ตาราง กิโลเมตร ซึ่งมีหอนาฬิกาอยู่ด้านหน้าเป็นสัญลักษณ์ ตลาดแห่งนี้ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งจากคนพื้นเมืองและนักท่องเที่ยวต่าง ชาติ เพราะมีสินค้าจำหน่ายมากมายทั้งเสื้อผ้า กระเป๋าเดินทาง เป้ นาฬิกา ของที่ระลึก อาหาร เครื่องเทศ ไปจนถึงอาหารสด และดอกไม้ ราคาไม่แพง

โบสถ์นอร์ทเธอดาม (Notre Dame Cathedral)
ตั้งอยู่บริเวณกลางเมือง บนถนน Han Thuyen ได้รับการก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2420 ใช้ระยะเวลาการสร้าง 6 ปี โบสถ์นี้ไม่มีการประดับด้วยกระจกสีเหมือนโบสถ์คริสต์ที่อื่น เพราะได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับ โบสถ์แห่งนี้ได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในเวียดนาม โดยในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากมาย ลักษณะของตัวโบสถ์เป็นรูปแบบของสมัยอาณานิคม มีหอคอยคู่สี่เหลี่ยมอยู่ด้านบนสูง 40 เมตร เป็นเอกลักษณ์ที่งดงามของโบสถ์แห่งนี้ ด้านหน้าโบสถ์มีรูปปั้นขนาดใหญ่สีขาวเด่นเป็นสง่าของพระแม่มารี นักท่องเที่ยวนิยมเข้ามาชมกันมาก เพราะเป็นเสมือนสัญลักษณ์ร่วม อันหมายถึงการเข้ามาของตะวันตก และเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของโฮจิมินห์
สวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์ (Zoo & Botanic Gardens)
ตั้งอยู่สุดถนนเลหย่วน สามารถนั่งรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างหรือเดินไปก็ได้ สถานที่นี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2407 มี ต้นไม้ใหญ่มากมาย และมีการจัดแต่งสวนเป็นอย่างดี มีสวนกล้วยไม้เก็บรวบรวมชนิดพรรณพื้นเมืองไว้พอสมควร หากต้องการพักผ่อนในที่ที่ร่มรื่นแนะนำให้ไปที่สวนถ่าวกัมเวียน (Thao Cam Vien) หรือ สวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์ ซึ่งเป็นทางเลือกที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับหลบหลีกจากความอึกทึกวุ่นวายตาม ท้องถนนและเป็นสถานที่ที่เงียบสงบมากที่สุดในโฮจิมินห์ซิตี้ จุดที่ไม่ควรพลาดอีกจุดหนึ่งคือ ด้านหน้าทางเข้ามีช้างหล่อตัวหนึ่ง ได้รับการพระราชทานจากระเจ้าอยู่หัวของไทยในสมัยนั้นครั้งเมื่อไปเยือน ประเทศอินโดจีน ได้มีการจารึกเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษไว้ที่แท่นด้านหน้าว่าพระ บาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงสยาม พระราชทานไว้ให้เป็นที่ระลึก ในการที่ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังประเทศอินโดจีนเป็นครั้งแรก เสด็จพระราชดำเนินขึ้นที่เมืองไซ่ง่อน เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2473” ด้านในสวนพฤกษศาสตร์มีสัตว์ให้ชมอยู่หลายประเภท
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ (History Museum)
ตั้งอยู่ใกล้กับ สวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์ สร้างโดยฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ. 2470 เป็นตึกทรงยุโรปที่งดงามมากอีกแห่งหนึ่ง ชาวเวียดนามเรียกตึกนี้ว่า เวียนบ่าวตางหลิกสือ (Vien Bao Tang Lich Su) ที่ นี่มีโบราณวัตถุที่แสดงถึงวิวัฒนาการของวัฒนธรรมต่างๆ ในเวียดนาม ตั้งแต่อารยธรรมยุคสำริดดงเซิน ไปจนถึงอารยธรรมฟูนัน จาม และเขมร ในบรรดาสิ่งที่จัดแสดงไว้มีโบราณวัตถุยุคหิน สำริด ศิลาจารึก กลองมโหระทึก เครื่องปั้นดินเผางานศิลปะของชาวจาม และเครื่องแต่งกายพื้นเมืองของชนกลุ่มน้อยเผ่าต่างๆ บนชั้นสามทางด้านหลังของอาคารมีห้องสมุดวิจัยที่เก็บรวบรวมหนังสือจากยุค ฝรั่งเศสที่น่าสนใจไว้เป็นจำนวนมาก
พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ (Ho Chi Minh Museum)
 

ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไซ่ง่อนและแม่น้ำเบนเหง่ สามารถนั่งมอเตอร์ไซด์รับจ้างหรือแท็กซี่ ห่างจากใจกลางเมืองเพียง 5 กิโลเมตร พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ ก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2406 และ ต่อเนื่องผูกพันกับโฮจิมินห์ในวัยหนุ่มมาก จนไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสและกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะนำประเทศเข้าสู่การปฏิวัติและการขับไล่ชาติตะวันตกรวมถึงการรวม เวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ให้เป็นประเทศเวียดนาม พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ เป็นสถานที่จัดแสดงเรื่องราวส่วนตัวของอดีตผู้นำประเทศเวียดนาม และการต่อสู้เพื่อเรียกร้องเสรีภาพกับชาติตะวันตก และต่อสู้เพื่อปกป้องอธิปไตยของคนในชาติอีกด้วย มีการจัดแสดงเรื่องราวต่างๆ ไว้เป็นหมวดหมู่น่าสนใจ สำหรับอาคารพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์นี้ มีชื่อเรียกสั้นๆ ว่า บ้านมังกร พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ ก็เป็นเสมือนสถานที่ส่วนตัวทั่วๆ ไป ทุกห้องทุกชั้นมีเฉพาะเรื่องราวของเจ้าของบ้านเต็มไปหมด มีการจัดอย่างเป็นระเบียบ มีการแบ่งหมดหมู่อย่างชัดเจน อาคารนี้มี 2 ชั้น บนระเบียงชั้นสอง สามารถมองเห็นสายน้ำไซ่ง่อนได้เป็นอย่างดี มีเรือบรรทุกสินค้าลำใหญ่จอดอยู่มากมาย


จาก 
  ข้อมูลจาก http://www.oceansmile.com/Vietnam/HogiminTour.htm
Continue reading >>
 

ต้นไม้ ดอกไม้ ประจำชาติ - Copyright  © 2013 All Rights Reserved | Design by Guru | Back to